Page 2 of 2

เรื่องย่อ เจ้าแม่กวนอิม (Xiang Shan Qi Yuan)

กำกับ: จ้าวเหลย
แนวละคร: อิงตำนานจีนโบราณ
จำนวนตอน: 30
ถ่ายทำ: 23 มีนาคม 2554 – 19 มิถุนายน 2554
ออกอากาศ: ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 18.30 – 19.30 น. ทางไทยรัฐทีวี เริ่มวันที่ 10 เมษายน 2559

เรื่องย่อ

ละคร “เจ้าแม่กวนอิม (เซียงซานฉีหยวน)” ดัดแปลงมาจากตำนานจีนโบราณและนิทานพื้นบ้านที่เล่าขานเกี่ยวกับชาติสุดท้ายของ “พระโพธิสัตว์กวนอิม” โดยพระองค์ได้ลงมาจุติยังโลกมนุษย์เพื่อให้ช่วยปลดเปลื้องทุกข์ภัยและยับยั้งสงคราม ในฐานะองค์หญิงสาม “เมี่ยวซ่าน”

มีตำนานเล่าขานว่าในสมัยจีนโบราณมีอ๋องพระองค์หนึ่งนามว่า “เมี่ยวจวาง” (อ๋องแห่งฉินหนิง หรือ ฉินหนิงหวัง) ซึ่งมีพระธิดาทั้งสิ้น 3 พระองค์ ก่อนที่องค์หญิงสามจะประสูติได้ไม่นาน แคว้นฉินหนิงได้เกิดมหาอุทกภัยหลังเขื่อนกั้นน้ำขนาดใหญ่หลายแห่งพังทลายลง ส่งผลให้ราษฎรเดือดร้อนอย่างหนัก ซ้ำยังเกิดโรคระบาดทำให้มีผู้คนล้มตายจำนวนไม่ใช่น้อย “เจิ้งกั๋วกง” รู้ดีว่าสาเหตุที่เขื่อนพังทั้งที่พึ่งสร้างได้ไม่นานหาได้เกิดจากภัยธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะมีขุนนางใหญ่ยักยอกเงินสร้างเขื่อนจึงอาสาสำรวจเรื่องนี้ด้วยตนเอง

หลังฮองเฮาทรงมีพระประสูติกาลพระธิดาองค์ที่สาม ท่านอ๋องก็รู้สึกผิดหวังจึงไม่ยอมเสด็จไปหาฮองเฮาและพระธิดาองค์น้อย ฮองเฮาคิดว่าระหว่างคิ้วขององค์หญิงน้อยมีปานแดงเป็นจุดเล็กๆ เหมือนปานแดงของพระพุทธรูปจึงเชื่อว่าเป็นผู้มีบุญมาเกิด และทรงตั้งชื่อพระธิดาองค์น้อยว่า “เมี่ยวซ่าน” (ซ่านเอ๋อร์)

ขุนนางทรราช “อู๋กุ้ย” ซึ่งโกงกินเงินหลวงหวังนำมาใช้เป็นทุนในการขยายอิทธิพลของตน เกรงว่าจะถูกเจิ้งกั๋วกงเปิดโปงความผิดจึงไปอ้อนวอนจากท่านราชครู โดยกล่าวว่าเหล่าราษฎรที่กำลังเดือดร้อนทุกข์ยากต่างกำลังคลั่งแค้น เดือดดาล และถามหาความรับผิดชอบ เจิ้งกั๋วกงจึงคิดใช้โอกาสนี้จัดการตน เขาสมคบคิดกับราชครูด้วยการโยนความผิดทั้งหมดไปที่องค์หญิงสาม โดยใส่ความว่าองค์หญิงน้อยที่พึ่งจะลืมตาดูโลกได้ไม่นานเป็นตัวกาลกิณีที่จะนำหายนะมาสู่บ้านเมือง ทางเดียวที่จะแก้ได้คือการนำองค์หญิงสามไปเซ่นสังเวยให้เทพแม่น้ำ เหล่าราษฎรได้ยินข่าวลือดังกล่าวข้างต้นจึงพากันลุกฮือและเรียกร้องให้คุณอ๋องเสียสละพระธิดาองค์น้อยเพื่อให้ส่วนรวม

เรื่องย่อ เล่ห์ร้าย เล่ห์รัก (Temptation) ตอนที่ 6

ซอกฮุนเห็นฮงจูเหม่อมองทิวทัศน์ที่สวยงามยามค่ำคืนด้วยใบหน้าเศร้าหมองจึงเผ่านาโอบและปลอบคุณว่ากลับถึงบ้านแล้วค่อยมาสู้ (กับปัญหา) กันใหม่ ยังไงต้องมีทางออกแน่ ฮงจูบอกซอกฮุนให้เก็บปัญหาไว้กลุ้มอกกลุ้มใจในวันพรุ่งนี้ เพราะคืนนี้ ตอนนี้ คุณอยากมีช่วงเวลาดีๆ กับซอกฮุน หลังซอกฮุนหลับฮงจูก็บอกลาและทิ้งจดหมายไว้ให้เขาก่อนเดินออกมาร้องไห้ทางด้านนอกโรงแรม เมื่อเด็กชายรอย (ซึ่งฝันร้ายและตื่นขึ้นมากลางดึก) มาพบเข้าจึงถามว่าตนจะขึ้นรถเมล์ไปหาป้าได้ที่ไหน ฮงจูจำได้ว่าเด็กน้อยคนนี้เคยถามทางไปห้องน้ำตอนอยู่ที่ภัตตาคาร จึงรีบพากลับไปส่งที่โรงแรมเพราะกลัวพ่อเด็กเป็นห่วง มินอู (ซึ่งวิ่งหน้าตาตื่นออกมาตามหาลูก) เห็นทั้งคู่เดินมาด้วยกันก็รู้สึกโล่งใจ

ซอกฮุนรู้สึกตกอกตกใจเมื่อตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วพบจดหมายลาตายของฮงจู เซยองซึ่งออกมาเดินเล่นรอบๆชายหาดเห็นรองเท้าส้นสูง (คู่ที่คุณจองไว้แล้วมีคนชิงซื้อตัดหน้าไปก่อน) ถูกถอดทิ้งไว้ริมสมุทรก็รู้สึกแปลกใจ ครั้นพอกวาดสายตาไปรอบๆ ก็พบว่าฮงจูกำลังเดินลงสมุทร หลังร้องเรียกแล้วไม่เป็นผลคุณจึงรีบตามไปห้ามและช่วยนำตัวฮงจูขึ้นมาจากสมุทร ก่อนพาไปพักที่ห้องของคุณ ฮงจูจะขอตัวกลับห้องแต่เซยองยังไม่วางใจจึงบอกให้คุณรออยู่ที่นี่จนกว่าสามีจะมารับ ฮงจูกล่าวว่าถ้าตนคิดฆ่าตัวตายอีกก็โง่เต็มทนและนึกสงสัยว่าทำไมเซยองจึงไม่ถามถึงเหตุผลที่คุณคิดฆ่าตัวตาย ปรากฏว่าเซยองเดาออกแต่แรกแล้ว คุณกล่าวว่าเหตุผลที่ทำให้ผู้หญิงที่ยังสาวยังสวยอย่างฮงจูคิดสั้นคงหนีไม่พ้นสองเรื่องนี้ หนึ่งคือสามีนอกใจ สองคือธุรกิจของสามีล้มเหลว คุณมองว่าซอกฮุนไม่ใช่ผู้ชายมากรักหลายใจจึงไม่มีทางนอกใจเมียอย่างแน่ๆ ดังนั้นจึงเหลือเพียงเหตุผลเดียวคือความล้มเหลวทางธุรกิจ ฮงจูรู้สึกแปลกใจที่เซยองรู้จักซอกฮุนจึงถามคุณว่ารู้จักสามีตนได้อย่างไร เซยองโบ้ยให้ฮงจูไปถามซอกฮุนแทนโดยบอกเพียงว่าเป็นความทรงจำที่ไม่สู้ดีนัก

เมื่อซอกฮุนมาที่ห้องของเซยอง เขาก็รีบตรงเข้าไปหาและสวมกอดฮงจูด้วยความเป็นห่วง ฮงจูร่ำไห้พลางขอโทษซอกฮุน เซยองยืนมองทั้งคู่ที่หน้าประตูห้องอย่างครุ่นคิด เมื่อซอกฮุนหันมาขอบคุณ เซยองก็ตัดบทด้วยการบอกว่าคุณรู้สึกเหนื่อยเพราะพักไม่พอ และบอกให้เขาพาฮงจูกลับไปพัก หลังทั้งคู่ออกไปแล้วเซยองยังคงนั่งครุ่นคิดและทำหน้าเหมือนมีแผนการบางสิ่งบางอย่าง เช้าวันรุ่งขึ้น ซอกฮุนเหม่อมองนอกผนังกระจกด้วยสีหน้ากลุ้มอกกลุ้มใจใจ ฮงจูขอโทษที่ทำให้ซอกฮุนผิดหวัง และบอกว่าคุณทำไปเพราะไม่มีทางเลือก คุณรู้สึกเหมือนคนจนตรอกเพราะไม่รู้ว่าจะบอกพ่อยังไงเมื่อกลับถึงบ้าน ซอกฮุนบอกให้ฮงจูลืมทุกอย่างที่นี่แล้วบอกให้คิดว่าเป็นเพียงฝัน จากนั้นก็ชวนคุณไปทานข้าวก่อนเก็บกระเป๋ากลับบ้าน ฮงจูสงสัยว่าเซยองเป็นใครกันแน่ ซอกฮุนตอบเพียงว่าเซยองคือคนที่ช่วยชีวิตฮงจูและเป็นความทรงจำอันเลวร้ายของตน

เซยองให้ทนายชเวช่วยสืบว่าซอกฮุนมีปัญหาอะไร ทนายชเวจึงโทรฯ กล่าวว่าหุ้นส่วนของซอกฮุนยักยอกเงินบริษัทแล้วฆ่าตัวตายที่ฮ่องกง ซอกฮุนเลยต้องแบกรับภาระหนี้สินทั้งหมดของบริษัท เซยองถามทนายชเวว่าซอกฮุนเป็นหนี้เท่าไหร่ ทนายชเวกล่าวว่าพวกเขายังอยู่ในขั้นตอนระดมทุนมูลค่าหนี้สินเลยไม่สูงมากนัก พอรู้ว่าซอกฮุนเป็นหนี้พันล้านวอน (ประมาณ 30 ล้านบาท) เซยองจึงเดาออกว่าเงินจำนวนนี้นี่เองทำให้ฮงจูคิดสั้นฆ่าตัวตาย คุณขอให้ทนายชเวช่วยสืบและส่งข้อมูลเพิ่มเติมมาให้ ทนายชเวทักท้วงว่าคุณไม่ได้กำลังพักอยู่หรือ เซยองเลยแกล้งโกหกทนายชเวว่าคุณกำลังจะลงเล่นน้ำในสระ

เรื่องย่อ เพลิงรัก แรงริษยา (War of Desire) ตอนที่ 3

ขณะฝึกฝนเพลงกระบี่ในป่า เฟยหงถือโอกาสใช้กระบี่เก็บดอกไม้ให้เฟิงเยี่ยนโดยนำไปวางไว้บนกิ่งไม้ เมื่อเฟิงเยี่ยนมาเก็บฟืนในป่าแล้วพบช่อดอกไม้ก็รู้สึกดีใจ (ที่ผ่านมาเฟยหงแอบมอบดอกไม้ให้เฟิงเยี่ยนหลายครั้ง และเฟิงเยี่ยนก็จะนำดอกไม้เหล่านั้นมาเก็บไว้ในหีบหลังแห้งเหี่ยว แต่ไฉ่เตี๋ยไม่เคยรู้เรื่องนี้เพราะทั้งคู่แอบคบกันอย่างลับๆ) เมื่อต้วนเทาพาเฟยหงมาที่จวนองค์หญิง ไฉ่เตี๋ยจึงมาชวนเฟยหงออกไปข้างนอกด้วยกัน หลังจากนั้นต้วนเทา องค์หญิงเหราอัน และ “หนิงถิงตง” (พระสวามีองค์หญิงเหราอัน / น้องชายหนิงฮองเฮา) จึงหารือกันเรื่องฮว๋าเฟยซึ่งนับวันจะมีอำนาจในวังหลังมากขึ้น ถิงตงเชื่อว่าฮว๋าเฟยคงไม่กล้าแตะต้องฮองเฮา แต่องค์หญิงเหราอันมองว่าถ้าฮว๋าเฟยเหิมเกริมถึงขั้นกล้าลงมือฆ่าแม่ทัพใหญ่ต่อหน้าทุกคน ฮองเฮาคงไม่พ้นโดนฮว๋าเฟยเล่นงานเข้าสักวัน ต้วนเทาได้ยินดังนั้นจึงบอกทั้งคู่ว่าฮองเฮาเองก็คิดแบบเดียวกับองค์หญิง จึงให้ตนมาตามองค์หญิงและถิงตงไปเข้าเฝ้าในวัง

ปรากฏว่าฮองเฮากับเหมยซ่างกงแอบฝึกสุนัขให้ไล่กัดและขย้ำเหยื่อโดยเรียกเหยื่อว่า ‘ฮว๋าเฟย’ เมื่อองค์หญิงเหราอันและถิงตงมาถึง ฮองเฮาก็หลอกทั้งคู่ว่าตนคิดที่จะผูกมิตรกับฮว๋าเฟยด้วยการมอบสุนัขตัวใหม่ที่ถูกฝึกมาเป็นอย่างดีให้กับนาง เหมยซ่างกงกล่าวเสริมว่าหากฮองเฮานำไปมอบด้วยตนเองฮว๋าเฟยอาจรู้สึกหวาดระแวง เลยอยากให้องค์หญิงและถิงตงช่วยนำไปมอบให้ฮว๋าเฟยแทน หากฮว๋าเฟยพึงพอใจสุนัขตัวนี้จึงค่อยบอกว่าเป็นของขวัญจากฮองเฮา ถิงตงคิดว่าสุนัขตัวกล่าวทั้งเชื่องและแสนรู้จึงอาสานำสุนัขไปมอบให้ฮว๋าเฟยด้วยตนเอง โชคร้ายที่ในตอนนั้นฮ่องเต้บังเอิญอยู่กับฮว๋าเฟยด้วย เมื่อสุนัขได้ยินฮ่องเต้พูดคำว่า ‘ฮว๋าเฟย’ จึงกระโดดขย้ำขาฮ่องเต้ทันที

หมอหลวง “ตู้ค่วง” รู้สึกหนักใจเมื่อพบว่าฮ่องเต้ไม่เพียงมีแผลฉกรรจ์แต่ยังติดเชื้ออีกด้วย จึงต้องทำการเฉือนเนื้อเพื่อให้รักษาชีวิต ไทเฮาไม่เห็นด้วยเพราะเป็นวิธีรักษาที่เสี่ยงและอันตรายเกินไปเลยคิดที่จะให้หมอคนอื่นมารักษา ฮว๋าเฟยชี้ว่าหมอหลวงตู้เป็นหมอที่เก่งสุดในสำนักหมอหลวงและนี่ก็เป็นทางเดียวที่จะรักษาชีวิตฮ่องเต้เอาไว้ หากไม่รีบรักษาแล้วฮ่องเต้เกิดเป็นอะไรไปบ้านเมืองคงร้อนเป็นไฟ เพราะฮ่องเต้ไม่มีพระโอรสและพี่น้องที่จะมาสืบทอดราชบัลลังก์ เมื่อมองว่าไทเฮายังคงลังเล ฮว๋าเฟยจึงคุกเข่าขอร้องโดยเอาชีวิตของตนเป็นพนัน ฮองเฮาและหมอหลวงตู้เห็นดังนั้นจึงพากันคุกเข่าอ้อนวอนไทเฮา ไทเฮาไม่มีทางเลือกจึงยอมให้หมอหลวงตู้ลงมือรักษาฮ่องเต้แต่โดยดี

เรื่องย่อ อัจฉริยะพลิกปมปริศนา (I Remember You) ตอนที่ 7

ในที่สุด อึนฮยอกก็ได้โอกาสแนะนำตัวอย่างเป็นทางการกับลูกทีม เขาเล่าว่าตนอาสามาร่วมงานกับทีมสืบสวนอาชญากรรมพิเศษเพราะใจล้วนๆ ทั้งที่ความจริงแล้วตนมีคุณสมบัติที่จะเข้าทำงานด้านความมั่นคงและหน่วยข่าวกรองด้วยซ้ำ ปรากฏว่าไม่มีลูกทีมคนใดสนใจฟัง ระหว่างที่อึนฮยอกพร่ำพรรณาถึงเรื่องราวของตน ทุกคนในทีมต่างพากันนึกสงสัยและครุ่นนึกถึงคำพูดของฮยอน อึนฮยอกจึงแก้เก้อด้วยการปรบมือเบาๆ ให้ตัวเองหลังพูดจบ ครั้นพอเขาเอ่ยถึงฮยอนทุกคนก็หูผึ่งและหันมาฟังในบัดดล แต่พออึนฮยอกถามแบบงงๆ ว่าฮยอนเป็นใคร ทุกคนก็ทำหน้าผิดหวังและต่างหันกลับไปทำงานที่โต๊ะของตน ในที่สุดฮยอนก็พบสมุดวาดภาพสมัยที่ตนยังเป็นเด็ก พอเปิดออกดูแล้วพบรูปคนสองหัวเขาเลยนำมาเทียบกับภาพวาดชายสองหัวที่อยู่ด้านในห้องเหยื่อสาว

อึนฮยอกต้องการมีส่วนร่วมและอยากให้ลูกทีมยอมรับจึงชวนคุยเรื่องที่ฮยอนฟันธงว่า คดีฆาตกรรมหญิงสาวที่บังแบดงกับย่านโทฮวาทงเป็นความสามารถคนร้ายคนเดียวกันและมีความเป็นได้ว่าคนร้ายจะใช้เรือยอชท์ มยองอูค้านหัวชนฝาว่าเป็นไปไม่ได้ เขาไม่ (ต้องการจะ) เชื่อว่าฮยอนจะเก่งขั้นเทพจนสามารถวิเคราห์เรื่องราวจากสถานที่เกิดเหตุได้อย่างละเอียดแม่นยำดุจตาเห็น ถึงแม้ว่าฮยอนจะผ่านการสำรวจประวัติและมีผลงานเป็นที่ยอมรับก็ตาม อึนฮยอกคิดว่าฮยอนเป็นคนมีความชำนาญจึงขอให้ทุกคนปล่อยวางเรื่องศักดิ์ศรี จากนั้นก็เสนอให้เชิญฮยอนมาช่วยงานทีมตน จีอันรีบยกมือเกื้อหนุน แต่มยองอูไม่เห็นด้วยเพราะเขามองฮยอนเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยและไม่เชื่อว่าฮยอนจะยอมร่วมมือกับทีมตน จีอันอาสาไปเกลี้ยกล่อมให้ฮยอนยอมตกลง ซึงจูแย้งว่าฮยอนไม่มีทางรับปากเพราะคุณเป็นคนใส่กุญแจมือเขา อึนบกเสริมว่าฮยอนอาจฟ้องจีอันเรื่องที่คุณทำให้ข้อมือเขามีรอยข่วน จีอันการันตีว่าตนจัดการได้แน่ คุณชี้ว่าบางทีฮยอนอาจกำลังรอให้พวกตนเอ่ยปากอ้อนวอนอย่างเป็นทางการ เพราะเขาอุตส่าห์ดั้นด้นเดินทางผ่านน้ำผ่านสมุทรไปดูสถานที่เกิดเหตุด้วยตนเอง ซึงจูถามว่าถ้าฮยอนปฏิเสธคุณจะทำอย่างไร จีอันพูดเต็มปากเต็มคำว่าคุณจะใช้หน้าตาเป็นอาวุธ ทุกคนในทีมฟังแล้วถึงกับอึ้งและรู้สึกสิ้นหวัง จีอันจึงแอบแหน็บทุกคนว่ามีตาหามีแววไม่

ฮยอนเห็นผ้ากันเปื้อนและผ้าคลุมผมที่ตนเคยใช้ตอนเป็นเด็กเลยหยิบขึ้นมาสวมขณะทำความสะอาดบ้าน เมื่อจีอันโทรฯ มาหา เขาก็เดาเจตนาของคุณออก เพราะคาดเอาไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่าคุณต้องโทรฯ มาวิงวอนเรื่องคดี ก็แค่ไม่นึกว่าจะเร็วแบบงี้ เมื่อจีอันไม่ยอมรับตามตรงว่าคุณต้องการให้เขาช่วย ฮยอนจึงตัดบทว่าตนกำลังยุ่งและจะวางสาย จีอันแย้งว่าตนไม่ได้บอกว่าจะไม่อ้อนวอน ฮยอนอยากรู้ว่าจีอันพบเบาะแสเพิ่มเติมบ้างหรือยัง จีอันยังไม่ทันตอบ เขาก็เดาออกว่าคงมืดแปดด้านตามเดิมไม่อย่างนั้นคุณคงไม่โทรฯ มาขอให้เขาช่วยไขคดี จีอันขอพบเขาเป็นการส่วนตัวเพื่อให้จะได้หารือกัน แต่ฮยอนปฏิเสธทันควันเพราะไม่อารมณ์อยากพบ เขาแนะให้คุณขอร้องอย่างจริงจังจริงใจเผื่อว่าบางทีเขาอาจเปลี่ยนใจ จีอันเลยจัดให้ตามคำขอแต่ฮยอนยังคงเล่นตัว

เรื่องย่อ สุภาพบุรุษสายลับ (Man to Man) ตอนที่ 9

ส.ส.แพค อินซู มาพบซึงแจที่ตึกซงซาน เมื่อเห็นหนังสือพิมพ์ลงข่าวครอบครัวซึงแจด้วยความชื่นชม เขาจึงชมว่าซึงแจสร้างภาพเก่งกว่านักการเมืองอย่างตนเสียอีก ซึงแจชี้ว่าทั้งหมดเป็นผลงานของเมียตน ส.ส.แพคได้ยินดังนั้นเลยแกล้งขอตัวเมียซึงแจมาช่วยตนหาเสียง ซึงแจตัดบทโดยชี้ว่านับจากนี้ส.ส.คิมจะไม่โลภมากอีกต่อไป ส.ส.แพคขอบคุณซึงแจที่ช่วยกำจัดคู่แข่งและเชื่อว่าตนจะสมหวังในการเลือกตั้ง (นายกเทศมนตรีประจำกรุงโซล) คราวนี้ ซึงแจยื่นซองใส่โฉนดที่ดินบนเกาะเชจูให้ส.ส.แพค โดยบอกว่าน่าจะมีมูลค่าพอๆ กับจำนวนเงินที่ส.ส.แพคเคยเอ่ยปาก จากนั้นก็แกล้งขอใบเสร็จแบบทีเล่นทีจริงทำเอาส.ส.แพคอึ้งไปชั่วขณะ ซึงแจหัวเราะกลบเกลื่อนแล้วบอกว่าตนแค่ล้อเล่น แต่เขาหมายความตามนั้นจริงๆ จึงเตือนส.ส.แพคว่าไม่ว่าตนจะรวยสักเพียงใดก็ไม่อาจให้เงินใครเรื่อยๆ โดยไม่ได้สิ่งทดแทน ส.ส.แพครับปากว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตามหาไม้แกะสลักที่หายไป ซึงแจกล่าวว่าในไม้แกะสลักมีข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนลับของปู่ตน ตราบใดที่ยังหาไม่เจอตนก็ต้องคอยติดสินบนคนแบบส.ส.คิมอยู่ร่ำไป ส.ส.แพคกล่าวด้วยความมั่นใจว่าเส้นสายของตนในหน่วยข่าวกรองกำลังตามเรื่องนี้อยู่

ในที่สุดซอลอูก็เดินทางมาถึงเกาหลีใต้ อีกด้านหนึ่งดงฮยอนกำลังคุยผู้กำกับที่มาขอคำปรึกษาเกี่ยวกับบทภาพยนตร์เรื่อง “สายลับสองหน้า” ดงฮยอนจึงเล่าเรื่องสายลับไร้ตัวตนที่ถูกเรียกว่า “K” ซึ่งกำลังตามหาสายลับที่หายไป ให้ผู้กำกับฟัง (สิ่งที่ดงฮยอนพูดกับผู้กำกับเป็นข้อมูลลับและความจริงล้วนๆ) ผู้กำกับฟังแล้วรู้สึกสนใจจึงสอบถามรายละเอียดอย่างกระตือรือร้นและบันทึกการสนทนาเอาไว้ ครั้นพอถามถึงเรื่องราวในอดีตของสายลับ “K” แล้วดงฮยอนตอบไม่ได้เพราะไม่รู้ ผู้กำกับก็เริ่มสงสัยว่าตนมาปรึกษาถูกคนรึเปล่า แถมดงฮยอนยังบอกด้วยว่าสายลับ “K” กำลังเดินทางมาที่นี่ ถ้าอยากรู้อะไรให้รอถามเจ้าตัวเอง ผู้กำกับถามย้ำว่าสายลับนิรนามที่ไม่เคยเผยตัวตนกำลังจะมาที่นี่งั้นหรือ ดงฮยอนพยักหน้าหงึกๆ ผู้กำกับเลยถามอีกว่าดงฮยอนติดต่อสายลับที่ไร้ตัวตนได้อย่างไร ดงฮยอนตอบตามตรงว่าพวกตนติดต่อกันด้วยการส่งข้อความ หากมีเรื่องเร่งด่วนตนจึงจะโทรฯ หา แต่ถ้าเขาไม่รับสายตนจะไปหาถึงที่ ผู้กำกับฟังแล้วคิดว่าเป็นเรื่องลวงโลกจึงหยุดบันทึกการสนทนาแบบเซ็งๆ จากนั้นก็เตือนว่าเป้าหมายของภาพยนตร์เรื่องนี้คือการตีแผ่ชีวิตจริงของสายลับ ดงฮยอนสาบานว่าทั้งหมดที่ตนพูดเป็นความจริง ผู้กำกับสงสัยว่าดงฮยอนมีความเกี่ยวข้องกับหน่วยข่าวกรองจริงหรือ ดงฮยอนตอบว่าตนเป็นอดีตเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรอง ผู้กำกับโอดว่าหากดงฮยอนยังกุเรื่องเช่นนี้ตนคงจ่ายค่าที่ปรึกษาให้ไม่ได้ ดงฮยอนโอดกลับว่าทำไมไม่เชื่อตน เขาลงทุนโชว์ข้อความในมือถือที่สายลับ “K” ส่งมานัดพบกันตอนบ่ายสามให้ผู้กำกับดู แต่ผู้กำกับยังคิดว่าดงฮยอนโม้อยู่ดี

เดอะ ทไวไลท์ ซากา

Twilight เป็นภาพยนตร์อเมริกันแนวโรแมนติกแฟนตาซีปี 2008 ที่สร้างจากนวนิยายชื่อเดียวกันของ Stephenie Meyer ในปี 2005 กำกับโดย Catherine Hardwicke ผู้แสดงนำโดย Kristen Stewart และ Robert Pattinson เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในซีรีส์ภาพยนตร์ The Twilight Saga ภาพยนตร์เรื่องนี้มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาความข้องเกี่ยวระหว่างเบลล่าสวอน (หญิงสาววัยรุ่น) กับเอ็ดเวิร์ดคัลเลน (แวมไพร์) และความพยายามของเอ็ดเวิร์ดและครอบครัวในเวลาต่อมาเพื่อให้ให้เบลล่าปลอดภัยจากพันธสัญญาของแวมไพร์ชั่วร้าย

โครงงานนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาตรงเวลาประมาณสามปีที่ Paramount Pictures ซึ่งเป็นตอนเวลาที่มีการดัดแปลงหน้าจอที่แตกต่างอย่างมากจากนวนิยายเรื่องนี้ Summit Entertainment ได้รับสิทธิ์ในนวนิยายเรื่องนี้หลังจากสามปีของการพัฒนาที่หยุดนิ่งของแผนการ เมลิสซาโรเซนเบิร์กเขียนบทดัดแปลงใหม่ของนวนิยายเรื่องนี้ไม่นานก่อนที่สมาคมนักเขียนแห่งอเมริกาในปี 2550-2551 จะโจมตีและพยายามที่จะซื่อสัตย์ต่อโครงเรื่องของนวนิยายเรื่องนี้ การถ่ายภาพหลักใช้เวลา 44 วัน [5] และเสร็จบริบูรณ์ในวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 [6] ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำในโอเรกอนเป็นหลัก [7]

ทไวไลท์ออกฉายตอนวันที่ 21 พฤศจิกายน 2551; ทำรายได้ไปกว่า 393 ล้านเหรียญสหรัฐทั่วโลก [4] วางจำหน่ายในรูปแบบดีวีดีตอนวันที่ 21 มีนาคม 2552 และแปลงเป็นดีวีดีที่มีผู้ซื้อมากที่สุดแห่งปี [8] เพลงประกอบถูกปล่อยออกมาช่วงวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 [9] หลังจากความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่องนี้ New Moon และ Eclipse นวนิยายสองเรื่องถัดไปในซีรีส์นี้ได้รับการผลิตเป็นภาพยนตร์ในปีถัดไป
Bella Swan เด็กอายุสิบเจ็ดปีที่ถูกไล่ส่งออกจากฟีนิกซ์รัฐแอริโซนาและย้ายไปที่เมือง Forks ซึ่งเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่บนคาบสมุทรโอลิมปิกของรัฐวอชิงตันเพื่อให้อาศัยอยู่กับพ่อของคุณชาร์ลีหัวหน้าตำรวจของเมือง Renéeแม่ของคุณแต่งงานใหม่กับฟิลนักเบสบอลไมเนอร์ลีกซึ่งอาชีพของคุณชอบทำให้ทั้งคู่อยู่บนท้องถนน

เบลล่าได้รู้จักกับจาค็อบแบล็กวัยรุ่นชาวอเมริกันพื้นเมืองที่อาศัยอยู่กับพ่อของเขาบิลลี่ในการจองห้องพักแบบอินเดียน Quileute ใกล้ Forks เบลล่าหาเพื่อให้นที่โรงเรียนมัธยมแห่งใหม่ แต่พบว่าพี่น้องคัลเลนผู้ลึกลับและห่างเหินเป็นพิเศษ เบลล่านั่งถัดจากเอ็ดเวิร์ดคัลเลนในชั้นเรียนชีววิทยาในวันแรกของคุณ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะรังเกียจคุณ หลังจากขาดเรียนไปหนึ่งสัปดาห์เอ็ดเวิร์ดก็กลับมาและสังสรรค์ตามธรรมดากับเบลล่า ไม่กี่วันต่อมาเบลล่าเกือบชนรถตู้ที่ลานจอดรถของโรงเรียน เอ็ดเวิร์ดครอบคลุมระยะทางกว่าสามสิบฟุตในทันทีโดยวางระหว่างเบลล่าและรถตู้หยุดมันด้วยมือของเขาแค่นั้นต่อมาเขาปฏิเสธที่จะอธิบายความประพฤติของเขากับเบลล่าและเตือนคุณไม่ให้ตีสนิทกับเขา เจคอบบอกเบลล่าเกี่ยวกับความเกลียดชังที่มีมาช้านานระหว่างพวกคัลเลนกับพวกควิเลเทสและบอกว่าพวกคัลเลนไม่ได้รับอนุญาตให้จองห้องพัก

หลังจากการค้นคว้าอย่างมากเบลล่าสรุปว่าเอ็ดเวิร์ดมีพลังลึกลับเหมือนกับแวมไพร์ ในที่สุดเขาก็รับรองเรื่องนี้ แต่บอกว่าเขาและคนอื่น ๆ คัลเลนกินเลือดสัตว์เพียงแค่นั้นทั้งคู่ตกหลุมรักเอ็ดเวิร์ดแนะนำเบลล่าให้รู้จักกับครอบครัวแวมไพร์ของเขา Carlisle Cullen พระสังฆราชประจำครอบครัวเป็นแพทย์ที่โรงพยาบาล Forks Esme เป็นเมียของ Carlisle และปูชนียบุคคลของครอบครัว Alice, Jasper, Emmett และ Rosalie เป็นลูกบุญธรรมอย่างไม่เป็นทางการของพวกเขา ปฏิกิริยาของครอบครัวที่มีต่อเบลล่าแตกต่างกันไปโดยกังวลใจว่าความลับของครอบครัวอาจถูกเปิดเผย

ความเกี่ยวพันของเอ็ดเวิร์ดและเบลล่าตกอยู่ในอันตรายเมื่อแวมไพร์เร่ร่อนสามคน – เจมส์วิกตอเรียและลอเรนท์เดินทางมาถึงที่ทางฟอร์กส์ พวกเขาต้องรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตหลายครั้งที่ถูกไต่สวนว่าเป็นการรังแกสัตว์ เจมส์แวมไพร์ผู้ติดตามที่มีสัญชาตญาณในการล่าสัตว์ที่น่าทึ่งได้รับกลิ่นของเบลล่าและหมกมุ่นอยู่กับการตามล่าคุณเพื่อให้เล่นกีฬา เอ็ดเวิร์ดและคัลเลนคนอื่น ๆ ปกป้องเบลล่า แต่เจมส์ติดตามคุณไปยังฟีนิกซ์ซึ่งคุณซ่อนตัวอยู่กับแจสเปอร์และอลิซ เจมส์ล่อเบลล่าไปติดกับดักที่สตูดิโอบัลเล่ต์เก่า เขาโจมตีเบลล่าและทำให้คุณติดเชื้อด้วยพิษแวมไพร์ เอ็ดเวิร์ดมาถึงและหลังจากการต่อสู้ที่ดุเดือดเขาปราบเจมส์เช่นเดียวกับคัลเลนคนอื่น ๆ มาถึง อลิซเอ็มเม็ตและแจสเปอร์ฆ่าเจมส์หัวขาดและเผาเขาขณะที่เอ็ดเวิร์ดเอาพิษออกจากข้อมือของเบลล่าป้องกันไม่ให้คุณแปลงเป็นแวมไพร์ หลังจากนั้นเบลล่าได้รับบาดเจ็บขาหักและเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เมื่อกลับมาที่ฟอร์กเอ็ดเวิร์ดร่วมกับเบลล่าไปงานพรอมที่โรงเรียนมัธยมซึ่งเขาปฏิเสธคำขอของคุณที่จะเปลี่ยนคุณให้เป็นแวมไพร์ พวกเขาไม่รู้ว่าวิคตอเรียเพื่อให้นของเจมส์แอบดูพวกเขาคิดแผนแก้แค้นให้คนรักของคุณตาย

Hector And The Search For Happiness (2014) เฮคเตอร์ แย้มไว้ ให้โลกยิ้ม

Hector and the Search for Happiness เป็นภาพยนตร์ดราม่าคอมเมดี้สัญชาติอังกฤษ – เยอรมัน – แคนาดาปี 2014 ที่กำกับโดยปีเตอร์เชลซัมและร่วมเขียนบทกับทิงเกอร์ลินด์เซย์และมาเรียฟอนเฮลันด์จากนวนิยายชื่อเดียวกันของFrançois Lelord ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดย Simon Pegg และ Rosamund Pike
เฮคเตอร์เป็นจิตแพทย์ที่เล่นโวหารซึ่งเริ่มเบื่อหน่ายกับชีวิตที่น่าเบื่อหน่ายมากขึ้นเรื่อย ๆ เขาบอกคลาร่าแฟนสาวของเขาว่าเขาต้องออกเดินทางเพื่อให้ค้นคว้าหาความสุข ในเที่ยวบินไปจีนเขาได้นั่งข้างเอ็ดเวิร์ดนักธุรกิจบ้าๆบอ ๆ เอ็ดเวิร์ดพาเฮคเตอร์ไปที่ไนต์คลับสุดพิเศษในเซี่ยงไฮ้ที่ซึ่งเฮกเตอร์ได้พบกับหญิงสาวชื่อหยิงลี่และตกหลุมรักคุณทันที

เขาขอพบครอบครัวของ Ying Li คุณปฏิเสธด้วยความละอายใจกับวิธีการหาเลี้ยงชีพของคุณ วันที่ของพวกเขาถูกขัดจังหวะโดยแมงดาของคุณที่พาหยิงลี่หนีไปด้วยกำลัง จากนั้นเฮคเตอร์ก็ออกเดินทางไปบนภูเขาและเยี่ยมชมอารามแห่งหนึ่งซึ่งเขาเป็นเพื่อให้นกับหัวหน้าของพวกเขาและพูดคุยสั้น ๆ กับคลาราผ่าน Skype

เฮคเตอร์ออกเดินทางด้วยเรือบินอันน่าสะพรึงกลัวไปยังแอฟริกาโดยผู้หญิงคนหนึ่งเชิญเขาไปที่บ้านของครอบครัวเพื่อให้ชิมมันเทศและมอบหนังสือเกี่ยวกับความสุขที่เขียนโดยศาสตราจารย์คอร์แมนคนหนึ่ง เฮคเตอร์ได้พบกับไมเคิลเพื่อให้นเก่าของเขาซึ่งเป็นแพทย์ร่วมกับมาร์เซลผู้คุ้มกันของเขาและต่อมาได้พบกับนายแพทย์อารมณ์ฉุนเฉียวชื่อดิเอโกบาเรสโกผู้ซึ่งไม่เชื่อในความสุขเพราะเมียของเขาไม่แฮปปี้เพราะว่ายาของคุณ หลังจากสอบถามบาเรสโกเกี่ยวกับยาของเมียเฮคเตอร์ก็จัดทำรายการยาใหม่ให้คุณใช้โดยใช้ปากกาที่บาเรสโกให้ยืมมา

เฮคเตอร์พบว่ามาร์เซลเป็นคนรักของไมเคิลและพวกเขาก็แฮปปี้ เขาสกายปส์อีกทีกับคลาร่าซึ่งกำลังจะออกไปข้างนอกในชุดแฟนซีและดูจะไม่สนใจที่จะคุยกับเขา เขาไปเยี่ยมผู้หญิงในท้องถิ่นที่เขาเป็นเพื่อให้นรักบนเรือบินและครอบครัวของคุณเพื่อให้กินอาหารค่ำ ระหว่างทางกลับบ้านรถของเขาถูกรถชนและเฮคเตอร์ถูกลักพาตัวไปขังไว้ในห้องขังที่เต็มไปด้วยหนู เมื่อผู้ลักพาตัวตัดสินใจที่จะฆ่าเขาเฮกเตอร์อ้างว่าเป็นเพื่อให้นกับดิเอโกเพื่อให้ช่วยตัวเอง แต่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ เฮคเตอร์ถามด้วยปืนที่ชี้ไปที่หัวของเขาว่าเขาสามารถเขียนข้อความสุดท้ายในหนังสือเกี่ยวกับสิ่งที่ทำให้ผู้จับกุมเป็นสุขได้ไหม ผู้จับกุมมอบปากกาที่ตกจากหนังสือของเขาให้เฮคเตอร์ซึ่งเปิดเผยต่อเฮคเตอร์ว่าบาเรสโกสลักชื่อของเขาลงบนปากกา เมื่อเขาได้รับการปล่อยตัวเฮกเตอร์ก็เดินกลับไปที่หมู่บ้านซึ่งเขาเฉลิมฉลองกับคนในท้องถิ่น

ขณะที่บินไปลอสแองเจลิสเฮกเตอร์ดูแลผู้หญิงที่เป็นเนื้องอกในสมอง จากนั้นเฮคเตอร์ก็ไปที่ชายหาดในซานตาโมนิกาและพบกับแอกเนสแฟนเก่าซึ่งตอนนี้แต่งงานมีลูกอย่างเป็นสุข เฮคเตอร์โทรหาคลาร่าและพวกเขาก็เลิกสมุทราะกัน

แอกเนสและเฮคเตอร์พบกับศาสตราจารย์คอร์แมนซึ่งกำลังศึกษาผลของความสุขที่มีต่อสมอง ในระหว่างการบรรยาย Coreman ชี้ให้มองว่าผู้คนไม่ควรหนักใจกับการแสวงหาความสุข แต่ด้วยความสุขจากการแสวงหา แอกเนสและเฮคเตอร์พิจารณาแผนการที่คอร์แมนกำลังดำเนินการซึ่งจะตรวจดูการทำงานของสมองแบบเรียลไทม์และปฏิกิริยาสนองตอบต่ออารมณ์ต่างๆ

แอกเนสได้รับคำสั่งให้เข้าไปในห้องที่โดดเดี่ยวและนึกถึงสามสิ่ง: ครั้งที่คุณสุขสบายเศร้าและกลัว ด้วยเทคโนโลยีการสแกนสมองของเขา Coreman สามารถบอกได้ว่าคุณคิดเกี่ยวกับอารมณ์ทั้งสามในลำดับใด เมื่อเฮคเตอร์ถึงตาเขานึกถึงเรื่องที่คลาราแต่งงานกับคนอื่นเกี่ยวกับช่วงเวลาที่เขาถูกลักพาตัวและเกี่ยวกับหยิงลี่ แต่อารมณ์ของเขาถูกปิดกั้นอย่างแปลก เขาได้รับโทรศัพท์จากคลาร่าผู้สำนึกผิดซึ่งบอกเขาว่าคุณต้องการเป็นแม่ เฮคเตอร์อธิบายถึงสิ่งที่เขาได้เรียนรู้ว่าสิ่งที่ไม่เป็นสุขที่สุดที่เขาคิดได้คือการสูญเสียคุณไป ทันใดนั้นการสแกนสมองของเฮคเตอร์ก็ดังขึ้นพร้อมกับกิจกรรมที่วุ่นวายเลียนแบบธงสีจากอารามและเผยให้มองว่าความสุขที่แท้จริงไม่ใช่แค่อารมณ์เดียว มันคือทั้งหมดของพวกเขา ในที่สุดเฮคเตอร์ก็รีบกลับบ้านและแต่งงานกับคลารา

เรื่อง 26 Years (2012) ตอนที่2

26 Years (2012) ปิดบัญชีแค้นจอมเผด็จการ
หนังที่นำเรื่องราวในอดีตมาต่อยอดด้วยการบอกเล่าผลกระทบทางจิตใจ ของผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ฆ่าหมู่ประชาชน ในเมืองกวังจู เกาหลีใต้ เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 1980 ที่ประชาชนถูกกล่าวหาเป็นกบฏคอมมิวนิสต์ ผลพวงจากเหตุการณ์วันนั้น มันได้สร้างบาดแผลไว้ในใจของผู้คนอย่างมากและยากที่จะทำใจลืมมันไปได้
มิจิน สาวนักกีฬายิงปืนทีมชาติได้รับโทรศัพท์ตามตัวกลับบ้านจากการเก็บตัว เนื่องมาจากพ่อของคุณเมาและก่อเรื่องขึ้นอีกแล้ว ถึงแม้ มิจิน จะไม่สบอารมณ์กับเรื่องนี้เพียงใด ก็มีแต่คุณที่เข้าใจพ่อคนนี้ที่สุด เพราะว่าชายคนนี้ ต้องสูญเสียแม่ของลูกน้อยอย่างไม่มีวันกลับต่อหน้าต่อตา จากกระสุนปริศนาขณะที่ทหารทำการฆ่าหมู่ประชาชน ทั้งที่อยู่ในบ้านตัวเองแท้ๆ มิจิน จึงทำได้เพียงเข้าใจและอยู่เคียงคู่เขา
จินแบ นักเลงหัวไม้ที่ได้รอยแผลเป็นบนใบหน้าจากแม่ของตนเอง เพราะคุณเสียสติภายหลังที่สามีเสาหลักของครอบครัว เสียชีวิตจากการฆ่าหมู่ในเมืองกวังจู ทุกครั้งที่คุณได้ดูข่าวทีวีหรือฟังวิทยุที่มีการเอ่ยถึงเหตุการณ์ในวันนั้น มันก็ทำให้แม่ของ จินแบ ควบคุมตัวเองไม่ได้ จนในที่สุดคุณก็เผลอรังแกลูกชายของตนเอง แต่ จินแบ ก็ไม่เคยโกรธแม่เลยสักครั้งเดียว
จองฮยอก ตำรวจชายหนุ่มที่ตั้งปณิธานกับตัวเองไว้ว่า จะเป็นตำรวจเพื่อให้จะได้จับคนร้ายและปกป้องผู้บริสุทธิ์ เหตุเพราะตัวเองต้องเห็นภาพพี่สาวถูกทหารฆ่าตายต่อหน้าต่อตา แล้วตัวเองทำอะไรไม่ได้สักอย่างนอกจากรอให้คนอื่นมาช่วยเหลือ แต่กลับแปลงเป็นว่างานที่เขาได้รับมอบหมายขณะที่เป็นตำรวจใหม่วันแรก คือการเปลี่ยนสัญญาณไฟจราจร เพื่อให้ให้ความสบายให้กับขบวนรถยนต์ ของคนที่สั่งให้ฆ่าหมู่ประชาชนรวมทั้งพี่สาวของเขาในวันนั้น
ทั้งสามคนไม่รู้จักกันมีเพียงสิ่งเดียวที่เชื่อมโยงพวกเขาด้วยกันคือ ความสูญเสียจากเหตุการณ์ในวันนั้น ที่ตอนนี้มันผ่านมานาน 26 ปีแล้ว แม้กระนั้นบาดแผลในใจมันยังคงอยู่ แล้วตอนนี้พวกเขาก็ได้รับข้อเสนอจาก

ROOFTOP PRINCE เรื่องย่อ ตอนที่ 5

สิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดและไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยินผู้ชายคนนี้ ใช่หรือ คือ ยองแทยอง
คุณย่าผู้เชื่ออยู่แล้วว่าเขาคือแทยอง ดีใจมากที่ในที่สุดก็ได้พบหลาน บอกแทมูให้รีบพาเขากลับบ้าน

เซนาบอกกับปาร์คฮาไปว่าคุณโกหกทุกคนว่าแม่ของคุณเป็น ศจ.สอนหนังสืออยู่ที่อังกฤษ และตอนนี้คุณต้องแต่งงานกับแทมูให้ได้ดังนั้น ปาร์คฮาจึงควรรีบไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
ปาร์คฮากลับบ้านด้วยความท้อแท้ ดูเหมือนที่นี่ไม่มีอะไรแล้วจริงๆ สำหรับคุณ

อีกสามชายหนุ่มพึ่งอาบน้ำและชื่นชมกับการใช้แชมพูที่ทำให้ผมนุ่มสลวย ปาร์คฮาเผ่านาเห็นและบอกว่าเพราะผมพวกเขายาวนี่แหละ คนที่อยู่ข้างล่างเลยบ่นขึ้นมาว่าท่อตัน ฉะนั้นพรุ่งนี้ต้องตัดผมซะ แต่มันทำให้พวกเขาโมโหมาก (คิดว่าการตัดผมในสมัยโชซอนคงเป็นเรื่องไม่ดีนะคะ)

ลีกัคเผ่านาอยู่ในบ้านของแทยอง เขายังคงสงสัยว่าหาก แทยองคือเขากลับชาติมาเกิด ทำไมเขาถึงจากโชซอนและมาโผล่ที่นี่ได้
เช้าวันต่อ มาแทยอง(ลีกัค)บอกกับคุณย่าว่าต้องการจะอยู่ที่ห้องดาดฟ้านั่นมากกว่าอยู่ที่บ้านนี้ คุณย่าไม่ว่าที่จะซ่อมแซมห้องดาดฟ้าแต่ต้องแลกกับการตัดผมของเขา

ปาร์คฮาบอกเจ้าของห้องเช่าว่าคุณจะย้ายออกในเร็ววัน แทยอง(ลีกัค) กลับมา พอดี แต่ปาร์คฮาไม่ยอมพูดด้วย คุณหอบเอาเสื้อผ้าพวกเขามาคืน ซองมันโบท้วงว่าพวกเขายังหาเงินมาใช้คืนคุณไม่หมดเลยทำไมถึงคืนเสื้อผ้า แทยอง(ลีกัค)บอกปาร์คฮาว่าคุณไม่จำเป็นต้องไปจากห้องดาดฟ้า และเขาก็รู้สึกผิดที่ต่อว่าคุณไปในวันฝนตก ปาร์คฮาบอกเขาว่าไม่ต้องสนใจ และเอาผ้าเช็ดหน้าลายปักที่ซักแห้งแล้วมาให้
แทยอง(ลีกัค) ดีใจที่ผ้าไม่ได้หายไปไหน แต่…วันนี้บนลายผ้า…กลับมีผีเสื้อขึ้นมาอีกรอบ…
ปาร์คฮาไม่สนใจเดินกลับเข้าห้องไป และนึกขึ้นได้ว่า ภาพสเก็ตบนโปสการ์ดนั้น ได้ถูกว่าขึ้นในวันที่มีผีเสื้อบินมาเกาะไหล่คุณ
มิมี่กับเบคกี้พึ่งจะรู้ว่าปาร์คฮาจะย้ายไปพวกคุณเผ่านาในห้องและไม่ทันระวังทำให้กระป๋องตกและของข้างในกระเด็นออกมา และมิมี่ก็หยิบโทรศัพท์ไปผิดเครื่อง
แทยอง(ลีกัค) สั่งให้สามชายหนุ่มตัดผม
“จะให้ใช้ชีวิตอยู่อย่างอัปยศด้วยการตัดผม ทรงฆ่ากระหม่อมซะยังจะดีมากยิ่งกว่า” วูยองซุลพูด

แทมูมั่นใจว่าแทยอง(ลีกัค) ไม่ใช่แทยองตัวจริง จึงเสนอให้ตรวจดีเอ็นเอ เจ้าหน้าที่ต้องใช้ cotton brush ซับเอาน้ำลายของแทยอง(ลีกัค) จึงบอกให้เขาอ้าปาก แต่แทยอง(ลีกัค) ไม่เข้าใจจึงไม่ยินยอม จนโทรศัพท์หล่นออกมาจากเสื้อ คุณย่าใหญ่หยิบขึ้นมาเปิดดูพบว่าเป็นโทรศัพท์ของแทยองจริงๆ (คิดว่าตรงนี้มิมี่คงเอาใส่คืนให้หลังจากรู้ว่าหยิบโทรศัพท์ผิดไป ..แต่เหมือนหนังจะตัดรึเปล่าไม่เห็นมีส่วนนี้อ่ะ) การตรวจดีเอ็นเอจึงต้องยกเลิกไป แทมูงงกับเหตุการณ์นี้มากเพราะเขาเป็นคนโยนโทรศัพท์ของแทยองทิ้งสมุทรไปเอง

คุณย่าใหญ่เสนอให้ลองเปิดดูรูปในโทรศัพท์เผื่อจะมีรูปที่บอกได้ว่าระหว่างที่แทยองหายไปเขาไปทำอะไรมาบ้าง แต่โทรศัพท์ถูกเข้ารหัสอยู่จึงต้องไปปลดล็อคที่ศูนย์ ในระหว่างเดินทางไป แทมูได้แอบเอาโทรศัพท์เก็บไว้เอง เมื่อไปถึงศูนย์บริการ จึงหาโทรศัพท์ไม่เจอ
แทมูไปที่อพาร์ทเมนท์เพื่อให้จะหาทางทำลายโทรศัพท์ เซนาเข้าห้องมาพอดีเขาจึงใส่โทรศัพท์ไว้ในถุงกระดาษตรงโซฟา เซนาชวนแทมูออกไปหาอะไรทานข้างนอก เพื่อให้ลบเลี่ยงแม่ที่จะกลับมาเอาของที่ลืมไว้ แทมูรออยู่ไม่นานก็รู้สึกตื่นตระหนกเรื่องโทรศัพท์จึงย้อนกลับไปที่ห้องก็ไม่พบถุงกระดาษแล้ว

รถขนของออกจากบ้านไปแล้ว ปาร์คฮากลับหวนนึกถึงตุ๊กตาหัวไชเท้าขึ้นมาได้ จึงวิ่งไปเอามันกลับมา
แทยอง(ลีกัค) และเพื่อให้น(คนสนิท)ทั้งสามมาร่วมโต๊ะอาหารคุณย่า ซึ่งคุณก็มองท่าทีแปลกๆ ของพวกเขาอย่างไม่เข้าใจแต่ก็ไม่ได้สงสัยอะไร เพราะคิดว่าเป็นพวกศิลปิน
แทยอง(ลีกัค)ห้ามไม่ให้ ทั้งสามเรียกเขาว่ารัชผู้สืบสกุลอีก ให้เรียกว่าแทยอง ชายที่เขากลับชาติมาเกิด เขาเชื่อว่าแทยองน่าจะตายไปแล้วเพราะไม่น่าจะเป็นได้ที่ทั้งเขาและแทยองจะมาอยู่ในที่เดียวกันได้ และต้องมีเหตุผลที่เขามาที่นี่ซึ่งเขาต้องสืบต่อไป
ปาร์คฮาทำเครื่องรางตุ๊กตาไม้ตกที่ระเบียงดาดฟ้า ตอนที่แทยอง(ลีกัค) มาหาพอดี เข่ารีบคว้าตัวคุณไว้
“เจ้าจะตายไม่ได้นะ..”
ในคืนนั้น ทั้งคู่ได้นั่งดื่ม และกินวิปครีมกันอีกรอบ ในบ้านที่ว่างเปล่า…
ปาร์คฮาหยิบรูปสมุทรให้แทยอง(ลีกัค)ดู คุณเล่าว่าคุณชอบชายสมุทรในเขตร้อนมาก ถ้าหากมีช่วงไหนที่คุณไม่สบายใจ คุณจะดูรูปนี้และนึกถึงสถานที่ในรูป มันทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น

ที่บ้านคุณย่า อีกสามชายหนุ่มกำลังเตรียมตัวในชุดโบราณเพื่อให้จะทำพิธีไว้บรรพบุรุษของ ซองมันโบ ในเวลาเที่ยงคืน <ด้วยความว่ามันเป็นตอนดึกและชุดโบราณ จึงเกิดเหตุฮาๆ ในจังหวะนี้ ^^ >

เช้าวันรุ่งขึ้น แทยอง(ลีกัค) พาสามชายหนุ่มไปที่บริษัทเพื่อให้บอกให้รู้ว่านั่นคือพระชายา และการจะเข้าถึงตัวคุณได้พวกเขาจำเป็นต้องทำตามแบบที่คนที่นี่เป็นกัน นั่นก็คือต้องตัดผม…

ภาพที่ระลึกตอนผมยาว
ทั้งสี่คนกลับมาที่ห้องดาดฟ้าและขอให้ปาร์คฮาถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก คุณคิดว่าพวกเขาคงอยากเก็บภาพไว้ก่อนที่จำเป็นต้องจากกัน
ทั้งสี่ไปตัดผมกลับมาไม่พบปาร์คฮาแล้ว
แทยอง(ลีกัค) วิ่งตามออกมาทันเห็นปาร์คฮาขึ้นรถเมล์คันหนึ่งไป เขาวิ่งตามจนรถบรรทุกคันหนึ่งแทบจะชน รถคันนั้นขนภาพชายสมุทรขนาดใหญ่กำลังไปส่ง แต่แทยอง(ลีกัค) ขอซื้อและให้เขาขับตามรถเมล์ไป (ซื้อด้วยเครดิตการ์ดแบบอันลิมิต…รวยจริงอะไรจริง^^)

ขณะที่ปาร์คฮานั่งรถและนึกถึงเรื่องราวต่างๆ คุณมองออกไปนอกหน้าต่างรถก็เห็นภาพชายสมุทรที่คุณชอบเคลื่อนเผ่านา และคุณก็ต้องตระหนกตกใจเมื่อเห็น แทยอง(ลีกัค) กำลังพยายามชะโงกหน้าและโบกมือออกมาจากรถคันด้านข้าง ที่บรรทุกภาพชายสมุทร

Dear John (2010) รักจากใจจร

เหมือนผมมานั่งดูสารคดีเล่าเรื่องราวของชีวิตผมเลย แต่จะเหมือนขนาดไหนเดี๋ยวผมเล่าให้ฟังครับแต่ตอนนี้มาเอ๋ยถึงตัวหนังกันก่อน

เรื่องย่อ

ดูหนังใหม่ออนไลน์ จอห์น (แชนนิ่ง เททั่ม) ตกหลุมรัก ซาวันนาห์ (อแมนด้า ไซเฟร็ด) ตั้งแต่ต้นเห็น ทั้งคู่สัญญาว่าจะแต่งงานกันเมื่อจอห์น ปลดประจำการจากหน้าที่ทหาร และ สิ่งเดียวที่ผูกพันคนทั้งคู่ไว้ ตลอด 3 ปีของคำสัญญา คือ จดหมาย ที่พวกเขาสัญญาว่า จะเขียนหากันในทุก ๆ วัน ทุก ๆ สัปดาห์ … เพื่อให้ให้ได้รู้ว่าหัวใจของคนทั้งคู่ยังคงอยู่ๆ ใกล้ ๆ กันเสมอ …
ผมได้มีโอกาศดูตอนผมคบกับแฟนใหม่ของผมครับ ตอนนั้นไม่มีอะไรทำจึงลองหาหนังหนุกๆ ดู ผมกับแฟนชอบดูหนังอยู่สองแนวครับ ไม่หนังผี ก็หนังรัก ซึ่งเราก็เลือกอันหลัง(ตั้งอกตั้งใจ?) ผมชอบดูหนังที่สร้างมาจากนิยายของ Nicolas Sparks นะครับ ไม่ว่าจะเป็น The Notebook, A Walk to Remember หรือแม้กระทั่งหนังนักวิจารณ์ไม่ชอบอย่าง The Last Song ผมดูผมยังร้องไห้เลยครับ
ส่วนเรื่องนี้ ก็ต้องบอกเลยครับว่าชอบมาก เป็นหนังโรแมนติกที่กลมกล่อม โรแมนซ์ก็เข้าท่า ดราม่าก็เล่นเอาน้ำตาซึมกันไปข้างเลย ผมดูกับแฟนยังร้องกันทั้งคู่เลยครับ555 หนังไม่ได้พีคเท่า The Notebook แต่ก็ทำได้ดีตามหนังรักเล็กๆ ไม่ได้หวือหวา แต่ก็ไม่ได้มีช่วงไหนที่ความคิดว่ามีเนือยจนควรตัดออกไป ผมชอบตรงเรื่องราวมันดูมีสเต็ปครับ สเต็ปแรกคือการพบกันนัดแรกของจอห์นกับซาวาน่าห์ที่ค่อนข้างไม่มีอะไรแปลกใหม่ สเต็ปที่สองก็คือจุดเริ่มความเกี่ยวพันของสองคนนี้ ซึ่งบอกเลยครับว่าฉากจูปกันกลางสายฝนนี่ฟินนมาก (แม้จะไม่ขลังเท่า Notebook ก็เหอะ) สเต็ปที่สามก็คือการแยกจากกัน ก็คือตอนที่จอห์นต้องออกไปรับใช้ชาติ เดี๋ยวนี้ดูเหมือนวรรณกรรมของบ้านเรามากครับ นั่นก็คือคู่กรรมที่เล่าเรื่องความเกี่ยวข้องของคนสองคนท่ามกลางสงครามและดงระเบิด แต่ Dear John จะแปลกตรงที่จอห์นกับซาวาน่าห์อยู่คนละที่กัน และก็จุดเปลี่ยนผันความข้องเกี่ยวของสองคนนี้ที่ทำเอาน้ำตาตกในกันเลยทีเดียว และก็บทสรุปที่ถึงแม้จะไม่ได้จบแบบที่ผมคาดไว้ แต่ผมกับแฟนก็มีอาการยิ้มไปตามๆ กันครับ
Tatum กับ Seyfreid คุมหนังอยู่ครับ ดูแล้วเชื่อว่าสองคนนี้รักกันจริงๆ Tatum นี่ก็ดูหล่อในบททหารผ่านศึกที่เก็บงำอารมณ์ไว้ตลอดเวลา ส่วน Seyfreid ก็โอเคกับบทสาวใสๆ ครับ คุณเล่นดี และช่วงท้ายที่นั่งคุยกับจอห์นในบ้านก็เล่นผมอึ้งไปหลายดอกเหมือนกัน ส่วนทางด้านงานภาพ หนังที่สร้างจากนิยายของ Sparks นี่หายห่วงเรื่องสถานที่ครับ แต่ละเรื่องวิวนี่สวยไม่ใช่เล่น เรื่องนี้ผมว่าเข้าขั้นยอดเยี่ยมนะในด้านงานภาพ ถ่ายช็อตชายหาดได้สวยกำลังดี
ส่วนที่บอกว่าเหมือนดูสารคดีที่เล่าเรื่องชีวิตผม มันเป็นอย่างงี้ครับ
ผมได้ทำความรู้จักกับเพื่อให้นคนนึงที่เมกาครับ ซึ่งก็เป็นที่น่ารักอยู่พอควร ผมกับ”เขา” เราสนิทกันมากครับ มีคนจิ้นเราสองคนบ่อย จนในที่สุด”เขา”ขอผมเป็นแฟน แล้วผมก็กลับมาไทยแต่ก็ยังไปเที่ยวที่เมกาบ้างเป็นครั้งคราว แต่พอผมห่างหายจากเขาไปนานเขาก็มีคนใหม่ครับ ทีแรกผมก็ทำเหมือนจอห์นเนี่ยแหละ เผาจดหายที่ส่งให้ซาวาน่าห์หมดเกลี้ยง แต่ของผมคือลบรูปคู่ของผมกับ”เขา”เกลี้ยงหมดครับ แต่พอถึงเวลาที่ผมได้กลับไปเจอเขา เราก็ปรับวามรู้ความเข้าใจกันได้ แต่เราก็ไม่ได้กลับมาเป็นแฟนกันอยู่ดี เหมือนกับจอห์นปรับวามรู้ความเข้าใจกับซาวาน่าห์แหละครับ ถึงแม้พวกเขาจะไม่ได้เป็นคู่ครองกัน แต่ก็ยังเป็นคนรู้จักกันอยู่ดี