Faith: สุภาพบุรุษยอดองครักษ์ ตอนที่ 4/6

เมื่อล่วงรู้ความคิดของชเวยองแล้วพระมเหสีก็ลุกขึ้น ชเวยองจะลุกตามแต่ถูกพระมเหสีกดไหล่ให้นั่งลง จากนั้นพระองค์ก็เอื้อมมือไปอังหน้าผากของชเวยองด้วยความเป็นห่วง แล้วบอกว่าเขาตัวร้อนเป็นไฟ (แม้ไม่อยากให้ใครรู้ว่าสภาพร่างกายตนเองกำลังย่ำแย่ แต่เขาไม่อาจปัดมือพระมเหสีออกได้) พระมเหสีรู้ว่าชเวยองไม่ยอมรับการรักษาจึงรู้สึกเป็นห่วง ชเวยองเตือนพระมเหสีให้เอามือออกจากหน้าผากของตนเพราะเป็นเรื่องไม่เหมาะสม พระมเหสีจึงเอามือออกแล้วบอกว่า “อย่าตายนะ… ข้าขอสั่งเจ้าในฐานะพระมเหสี”

ในเวลาเดียวกันนั้น พระเจ้าคงมินก็แต่งตั้งอึนซูให้เป็นหมอใหญ่ประจำโครยอ (ฐานะเทียบเท่าขุนนางระดับสูงหรือเป็นเจ้ากรมแพทย์) แต่อึนซูปฏิเสธโดยบอกว่าคุณจำเป็นต้องกลับบ้าน คุณถูกลักพาตัวมาที่นี่ พอมาและถูก (พวกหยวน) ลักพาตัวซ้ำและเกือบถูกฆ่าตาย คุณจะลืมเรื่องทั้งหมดและทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นหากพระองค์อนุญาตให้คุณนำเครื่องปั้นดินเผาหรือภาพวาดสัก 2-3 แผ่นติดมือกลับไปด้วย โจ อิลชินได้ยินแล้วรู้สึกขำจึงถามอึนซูว่า จะกลับยังไง ในเมื่อคุณเองก็เห็นกับตาว่าประตูสวรรค์ปิดแล้ว อึนซูตอบว่าในเมื่อปิดได้ก็ต้องเปิดได้อีก อิลชินจึงบอกว่าประตูสวรรค์เปิดรับฮวาตาเมื่อ 1 พันปีก่อน หลังจากนั้นก็ไม่มีใครรู้ว่าประตูดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นจะเปิดอีกเมื่อไหร่ ทำให้อึนซูไม่พอใจมาก

พระเจ้าคงมินตรัสอย่างใจเย็นว่า ตลอดสิบปีที่ผ่านมาโครยอตกอยูภายใต้การครอบงำของราชวงศ์หยวน ทำให้ประชาชนชาวโครยอมีชีวิตที่ทุกข์ยากแสนเข็ญ เพราะต้องดิ้นรนส่งส่วยให้ครบตามจำนวนที่พวกหยวนต้องการ ที่ร้ายกว่าหยวนก็คือกลุ่มคนที่ถูกพวกหยวนหนุนหลังจนมีอำนาจบาตรใหญ่…. อึนซูแทรกขึ้นว่า ที่พระองค์ตรัสมานั้นไม่ต่างจากคำกล่าวของนักการเมืองที่มักหยิบยกประชาชนมาอ้างนั่นอ้างนี้ แต่สุดท้ายผู้มีอำนาจคือคนเดียวที่สามารถตัดสินใจว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร โจ อิลชินเตือนอึนซูให้ระวังคำพูด อึนซูจึงบอกว่า “เห็นมั๊ยเพคะ พอประชาชนออกความเห็นหรือติชม เจ้าหน้าที่ก็จะโกรธเป็นฟืนไฟ” พระเจ้าคงมินจึงหันไปบอกโจ อิลชินด้วยสีหน้าอ่อนใจว่าให้ยืนฟังเงียบๆ

พระเจ้าคงมินตรัสต่อว่า หลังโครยอตกอยู่ภายใต้การครอบงำของราชวงศ์หยวน อดีตพระราชา 6 พระองค์ของโครยอ (ชุงนยอล, ชุงซอน, ชุงซุก, ชุงฮเย, ชุงมก, ชุงจอง) ก็ถูกพระราชาธิราชแห่งราชวงศ์หยวน พระราชทานพระนาม (หลังสิ้นพระชนม์) ให้ขึ้นต้นด้วยคำว่า “ชุง” ซึ่งแปลว่า จงรักภักดี (เหยียดหยามว่าเป็นพระราชาที่อยู่ภายใต้การครอบงำของราชวงศ์หยวน) โดยเฉพาะอย่างมากองค์ชายคยองชาง หรือพระเจ้าชุงมก ซึ่งเป็นอดีตพระราชา…

เรื่องย่อ นายตัวร้ายกับยัยราเมน (Flower Boy Ramyun Shop) ตอนที่ 7

งานโรงเรียนเช่นกันก็กำลังโทรฯ หาชายชายหนุ่มที่พึ่งออกจากกรม พอมองว่าเขาไม่รับสาย อึนบีก็ฝากข้อความเอาไว้โดยเตือนว่าคุณกับเขานัดกันว่าจะมาที่งานโรงเรียน และเขาก็สัญญาว่าจะมาเล่นเกมปาลูกโป่งน้ำกับคุณ คุณยังบอกด้วยว่าจะรออยู่ใกล้ๆ กับซุ้มขายอาหารของมหาวิทยาลัยมุงวา ถ้าได้รับข้อความแล้วให้โทรกลับด้วย (ตอนนั้นผู้ชายของคุณกำลังนั่งทานอาหารกับแฟนใหม่อยู่ในร้านทางด้านหลังอึนบี)

หลังฝากข้อความแล้วอึนบีก็เดินชนสาวน้อยคนหนึ่งอย่างจัง จนทำให้สาวน้อยคนดังที่กล่าวถึงแล้วทรุดลงไปนั่งกับพื้น อึนบีรีบวิ่งไปถามคุณว่าเจ็บตรงไหนรึเปล่า แต่คุณกลับรีบขอโทษอึนบีและโทษว่าเป็นความผิดของตัวคุณเองที่่เดินไม่ดูทาง อึนบีจะช่วยประคองคุณให้ลุกขึ้น แต่รวมทั้งมีชายหนุ่มๆ กรูกันเผ่านาช่วยประคองคุณ หลังลุกขึ้นสาวน้อยคนดังกล่าวข้างต้นยังคงกล่าวขอโทษอึนบีอีกรอบ โดยบอกว่าคุณน่าจะระวังตั้งแต่ตอนที่เห็นอึนบียืนโทรศัพท์ และก็ควรเดินหลบอึนบี อึนบีแย้งว่าเป็นความผิดของตนเอง แต่หญิงสาวยังคงยืนกรานว่าเป็นความผิดของคุณที่ไม่ระวังและไม่หลบอึนบี คุณก้มศีรษะขอโทษอึนบี ก่อนหันไปก้มศีรษะขอโทษชายหนุ่มๆ ทั้งสามคนที่มาช่วยประคองคุณ จากนั้นก็หันกลับมาขอโทษอึนบีอีกรอบแล้วเดินจากไป ทำให้อึนบีโดนรุมตำหนิที่เดินไม่ระวัง

ชีซูเดินเผ่านาตามหาโซอีในงานโรงเรียน พอเดินผ่านซุ้มขายมักกอลลี (เหล้าสีขาวทำมาจากเมล็ดข้าวหมักกับส่าเหล้า) เขาก็โดนสาวๆ รุมและลากให้เข้าไปนั่งทานอาหารในซุ้ม บังเอิญโต๊ะที่เขานั่งอยู่ด้านข้าง โต๊ะของอึนบี อึนบีเห็นชีซูเดินมานั่งใกล้ๆ ก็รู้สึกสะดุ้ง เมื่อเห็นชีซูง่วนอยู่กับการเช็ดกระป๋องสไปร์ท คุณก็นึกสงสัยว่าชีซูจำคุณไม่ได้จริงๆ หรือแกล้งทำเป็นจำไม่ได้กันแน่ ชีซูหันไปเห็นอึนบีเทสไปร์ทลงใส่ถ้วยมักกอลลีก็รู้สึกแปลกใจ พอเห็นชีซูหันมามองอึนบีก็ชี้ขี้แมลงวันบนใบหน้าเพื่อให้เตือนความจำชีซู แต่ชีซูกลับทำเหมือนจำคุณไม่ได้สักนิด

เมื่อเห็นชีซูนั่งมองซุ้มปาลูกโป่งน้ำด้วยความสนใจ อึนบีจึงบอกว่านั่นเป็นเกมของเด็กๆ และสาธิตวิธีการเล่นให้ดูอย่างลืมตัว พอเห็นชีซูทำหน้าเหวอ อึนบีก็ถามเสียงอ่อยว่าเขาเรียนเอกอะไร ชีซูตอบว่าศิลปศาสตร์ อึนบีจึงแอบเหน็บในใจว่า เขาเอาเวลาที่ไหนมาไล่จูบสาวระหว่างเรียนหนังสือ จากนั้นก็ถามชีซูว่า เขาคงวุ่นอยู่กับการเตรียมสอบใช่ไหม ชีซูแปลกใจที่อึนบีรู้ว่าเขากำลังเตรียมตัวสอบ อึนบีไม่ตอบ แต่กลับยื่นถ้วยมักกอลลีไปชนกับกระป๋องสไปร์ทของชีซู (อึนบีนึกว่าชีซูเป็นผู้เรียนโรงเรียนกวดวิชาที่กำลังเตรียมสอบข้าราชการเหมือนคุณ)

เรื่องย่อ I Need Romance 2012 ตอนที่ 7

หลังทำตามคำขอแล้ว ซอกยอนก็ทวงจูบจากยอลแมทันที ยอลแมผลักอกซอกยอนแล้ววิ่งหนี ซอกยอนจึงรีบวิ่งไล่ตาม หลังวิ่งกันจนเหนื่อยหอบ ยอลแมก็หยุดหายใจริมกำแพงที่ปกคลุมไปด้วยเถาต้นไอวี่ จากนั้นก็อธิบายถึงสาเหตุที่วิ่งมาไกลขนาดนี้ว่า ถนนที่คุณกับเขาเดินกลับบ้านเมื่อสักครู่มีเด็กๆ ผ่านไปมาเยอะ ยอลแมยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อซอกยอนก็โผเข้าจูบคุณทันที… ยอลแมบอกคนดูว่า จูบครั้งนั้นดูดดื่มและน่าประทับใจจนคุณลืมจูบทั้งหมดที่เคยมีกับชายอื่น

ซอกฮยอนปลุกยอลแมให้ตื่นจากภวังค์ด้วยการถามว่า “ทำไมไม่ตอบ” เขาถามย้ำว่า “คุณจะไปพบ ‘ผู้ชายคนนั้น’ (ฮันซบ) อีกรึเปล่า” ยอลแมหนีไปนั่งโซฟากับเพื่อให้นๆ พลางถามว่าอยากรู้เรื่องของคุณไปทำไม พอซอกฮยอนเดินตามไปนั่งที่โซฟา แจยองก็ฟ้องว่าฮันซบกับยอลแมเคยเดทกันมาก่อน แถมทั้งคู่ยังเคยจูบตั้ง 3 ครั้ง ซอกฮยอนกล่าวว่าตนได้ยินทุกอย่างหมดแล้ว จากนั้นก็ถามยอลแมโดยไม่มองหน้าว่า ตนไม่รู้จักผู้ชายคนนั้นใช่ไหม ยอลแมไม่ตอบและตำหนิซอกฮยอนที่แอบฟังคนอื่นคุยกัน ซอกฮยอนเถียงว่าพวกคุณคุยกันเสียงดังลั่นถึงแม้ไม่อยากฟังก็ยังได้ยิน จากนั้นก็ถามคำเดิมว่า คุณจะไปพบฮันซบอีกไหม ยอลแมจึงตอบว่า คุณอายเกินกว่าจะไปพบหน้าฮับซบอีก

ซอกฮยอนไม่ต้องการจะเชื่อว่ายอลแมลืมแม้กระทั่งคนที่เคยจูบกันมาก่อน เขาหันไปถามแจยองและจีฮีว่าพวกคุณลืมคนเคยๆ เหมือนยอลแมรึเปล่า แจยองถามกลับว่า ผู้ชายจำผู้หญิงทุกคนที่ตนเคยจูบได้ไหม ซอกฮยอนอึ้งไปชั่วขณะ เขาหันไปมองหน้ายอลแม (ซึ่งรอฟังคำตอบด้วยเช่นกัน) แล้วเปลี่ยนเรื่องด้วยการถามว่า คุณแอบเป็นกิ๊กกับ ‘ไอ้บ้านั่น’ (ฮันซบ) ตอนที่คบกับตนอยู่ใช่ไหม ยอลแมอธิบายว่า คุณจูบกับฮันซบหลังจากคุณและซอกฮยอน ‘เลิกกันนัดแรก’ ได้พักหนึ่ง ซอกฮยอนแย้งว่านั่นไม่ใช่การ ‘เลิกกันนัดแรก’ แต่เป็นตนที่ ‘โดนทิ้งนัดแรก’ ซอกฮยอนยังถามยอลแมด้วยว่า ที่ตนโดนทิ้งคราวนั้นเป็นเพราะ ‘ไอ้บ้านั่น’ ใช่ไหม

หลังจากนั้น ทั้งคู่ก็เปิดฉากสมุทราะกันต่อหน้าแจยองและจีฮี ซอกฮยอนตำหนิยอลแมที่จับปลาสองมือ ยอลแมไม่สะทกสะท้าน ทั้งยังลอยหน้าลอยตายอมรับและประชดว่าหากคุณทำผิดมากนักก็ให้เขาไปทำเรื่องฟ้องร้อง ซอกฮยอนส่ายหัวแล้วกล่าวต่อว่า ยอลแมมักขอเลิกทุกครั้งที่มีปัญหา ยอลแมสวนกลับว่า ถ้าอยากรู้เหตุผลที่คุณขอเลิก ทำไมเขาถึงไม่ถามคุณเสียตั้งแต่ตอนนั้น ซอกฮยอนถามกลับว่าถ้าหากตนถามแล้วจะทุกอย่างเปลี่ยนแปลงหรือ

เรื่องย่อ ฟ้าส่งผมมาเป็นหมอ (Good Doctor) ตอนที่ 10

ขณะที่โดฮันกำลังนั่งเล่นรูบิคแบบเมก้ามินซ์ (ทรง 5 เหลี่ยม 12 สี ซึ่งเขานั่งบิดมาเป็นอาทิตย์แล้ว แต่ยังเรียงสีไม่สำเร็จ) หัวหน้าโกก็เดินเผ่านาบอกทุกคนในแผนก (ยกเว้นยูนซอที่หายตัวไปหลังสมุทราะกับโดฮัน) ว่า แพทย์ประจำบ้านคนใหม่ที่ทุกคนรอคอยมาถึงแล้ว เมื่อเห็นหน้าชีอนเหล่าแพทย์ประจำบ้านรุ่นพี่และโดฮันต่างจำได้ว่าเขาคือคนที่พยายามบุกเข้าไปในห้องผ่าตัดเมื่อตอนกลางวัน ผู้อำนวนการชเวบอกให้ชีอนแนะนำตัว ชีอนจึงร่ายเป็นชุดนับตั้งแต่ที่อยู่ยันสถาบันการศึกษาโดยใช้เวลาเพียง 30 วินาที หลังมาส่งชีอนแล้วผู้อวยการชเวก็ฝากฝังชีอนไว้กับโดฮัน

หลังผู้อวยการชเวออกจากแผนกไปแล้ว หัวหน้าโกก็เริ่มทำตามแผนสกัดดาวรุ่ง เขาตะคอกใส่ชีอนเสียงดังลั่นโดยบอกให้ทำตัวดีๆ ทั้งๆ ที่ชีอนยังไม่ได้ทำอะไรผิด หลังถูกตะโกนใส่จนแสบแก้วหู ชีอนก็นึกถึงทฤษฎีการตะโกนใส่แก้วกาแฟ* เขาจึงบอกหัวหน้าโกว่า หากนำพลังงานทั้งหมดที่มนุษย์เราใช้ตะโกนตลอด 8 ปีมาเก็บสะสม จะสามารถชงกาแฟได้ 1 แก้ว ชีอนก้มมองป้ายชื่อหัวหน้าโกแล้วกล่าวว่า “แต่ผมวิเคราะห์ระดับเดซิเบลของหัวหน้าโกแล้ว คิดว่าคงใช้เวลาไม่ถึง 8 ปีครับ”

* มีการคำนวณเปรียบเทียบของนักฟิสิกส์ชาวอเมริกันเพื่อให้ตอบโจทย์ที่ว่า “หากต้องการอุ่นกาแฟในแก้วขนาด 8 ออนซ์ให้มีอุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส โดยใช้พลังงานจากการ ‘ตะโกน’ จะใช้เวลานานเท่าใด คำตอบก็คือ 1 ปี, 7 เดือน, 26 วัน , 20 ชั่วโมง, 26 นาที และ 40 นาที (โดยเฉลี่ยเสียงตะโกนมนุษย์เราจะดังประมาณ 80 เดซิเบล หรือเทียบเท่าพลังงานประมาณ .001 วัตต์ ซึ่งน้อยกว่าพลังงานที่ใช้ในการเปิดหลอดไฟขนาด 100 วัตต์ ราวหนึ่งแสนเท่า และพลังงานที่ใช้ในการตะโกนหนึ่งครั้งๆ ละ 1 วินาที สามารถอุ่นกาแฟในแก้วขนาด 8 ออนซ์ให้มีอุณหภูมิสูงขึ้นราว .00000095 องศาเซลเซียส)

โดฮันไปพบผู้ให้การชเวเพื่อให้ต่อว่าเรื่องชีอน เขากล่าวว่าการที่ชีอนเป็น “ซาวองก์ ซินโดรม” หรือออทิสติกอัจฉริยะนั้น ไม่มีปัญหา แต่ปัญหาอยู่ตรงที่ว่าเขามีสภาพจิตใจเท่ากับเด็กประถม แล้วอย่างงี้จะวิเคราะห์สภาพการณ์เพื่อให้นำมาสู่การตัดสินใจที่ถูกต้องได้อย่างไร อีกอย่างเครือญาติคนไข้ไม่มีทางยอมรับหมออย่างงี้แน่ๆ ผู้อวยการชเวกล่าวว่าที่ตนให้ชีอนมาเป็นแพทย์ประจำบ้านที่นี่เพราะต้องการทดสอบในเรื่องนี้ แต่โดฮันไม่เห็นด้วยและไม่ยอมรับ ผู้ให้การชเวจึงบอกว่าทั้งโดฮันและชีอนต่างก็เป็นเหมือนลูกของตน ลูกๆ ก็เปรียบเหมือนนิ้ว ไม่ว่าจะกัดนิ้วไหนก็เจ็บทั้งนั้น แต่ถ้าเป็นชีอนตนจะรู้สึกเจ็บมากกว่า เขาจึงขอร้องให้โดฮันช่วยเหลือชีอน โดยบอกว่าคือคำขอร้องครั้งสุดท้ายของตน

เรื่องย่อ Missing You รักสุดใจ ตอนที่ 4

ระหว่างนั่งรอ จองอูหันไปเห็นซูยอนยืนก้มหน้านิ่งไม่ไหวติงจึงเปิดกระจกแล้วยื่นหน้าออกไปมองด้วยความสงสัย ทันใดนั้น พ่อของจองอูก็ถูกปล่อยตัวออกมา (ในสภาพนั่งรถวีลแชร์) บรรดานักข่าวรีบกรูเข้าไปสัมภาษณ์ว่าเขาถูกปล่อยตัวเพราะมีปัญหาด้านสุขภาพใช่ไหม ตอนนี้อาการเป็นอย่างไรบ้าง เขายอมติดคุกแทนที่จะเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินส่วนตัวใช่รึไม่ เป็นความประพฤติโดยเจตนาใช่ไหม ฯลฯ พ่อจองอูไม่ยอมตอบคำถามอะไรก็แล้วแต่เขาได้แต่นั่งหลับตาขณะถูกเข็นออกมาทางด้านนอก จองอูเห็นพ่อถูกส่งตัวขึ้นรถพยาบาลพร้อมแม่เลี้ยงและเลขานัมเลยรีบลงจากรถและฝ่ากลุ่มนักข่าวเข้าไปหาพ่อในรถพยาบาลด้วยความเป็นห่วง

หลังรถพยาบาลคันใหญ่นำพ่อจองอูออกจากเรือนจำไปได้ไม่นาน มยองฮีก็เดินคอตกมาหาซูยอนพลางบอกว่า “จบเรื่องแล้ว กลับกันเถอะ” ซูยอนเห็นเจ้าหน้าที่นำร่างอันไร้วิญญาณของพ่อขึ้นรถพยาบาล จึงจ้องมองพ่อเป็นครั้งสุดท้าย (พ่อซูยอนโดนประหารชีวิต)

แทจุนเห็นลูกชายอยู่ในรถพยาบาลก็รู้สึกไม่พอใจ เพราะเขาไม่ต้องการให้จองอูเห็นสภาพตนตอนออกจากคุกและไม่อยากให้ลูกทิ้งการเรียน จองอูขอโทษพ่อพลางบอกว่าตนก็แค่รู้สึกเป็นห่วงเพราะไม่ได้ยินข่าวพ่อมานาน มีรันกลัวถูกสามีตำหนิเรื่องที่ไม่เคยติดต่อจองอู จึงแกล้งกุมมือจองอูไว้แล้วออกตัวว่าเป็นความผิดของคุณเองที่ปิดบังเรื่องนี้เอาไว้ คุณกลัวว่าถ้าบอกไปจองอูจะเป็นวิตกกังวล พอถูกพ่อจองอูตำหนิที่คุณทำเหมือนกับจองอูเป็นเด็กทั้งๆ ที่เขาใกล้โตเป็นชายหนุ่มแล้ว มีรันก็ออกตัวว่า คุณเองก็คิดเหมือนกันว่าตอนนี้จองอูโตพอที่จะรับรู้เรื่องราวต่างๆ ภายในครอบครัวได้แล้ว ก่อนกล่าวว่า “ก็เขาเป็นลูกชายคนเดียวของเรานี่คะ’

แทจุนบอกให้มีรันพาจองอูกลับบ้านไปก่อน ส่วนเขาตรงไปที่บ้านพ่อ (ท่านประธาน) พร้อมรถพยาบาลเพื่อให้นำตัวพ่อที่นอนล้มป่วยอยู่บนเตียงคนไข้ออกจากบ้าน “คัง ฮยอนจู” (เมียนอกสมรสของท่านประธาน) เห็นดังนั้นก็พยายามคัดค้าน คุณกรีดร้องเสียงดังลั่นบ้านโดยบอกว่าหากเคลื่อนย้ายท่านประธานตอนนี้อาจทำให้เขาเสียชีวิตได้ คุณจะวิ่งไปชิงตัวท่านประธานแต่ถูกพยาบาล “จอง เฮมี” และเลขานัมจับตัวเอาไว้ หลังท่านประธานถูกนำตัวออกไปแล้วเลขานัมก็ส่งซองเงินให้พยาบาลจองแล้วบอกให้คุณไปพักร้อน พยาบาลจองรู้หน้าที่จึงรับเงินแล้วเดินออกจากบ้านไปทันที

แววมยุรา 1

ความรักที่รอคอยบทพิสูจน์ ของหญิงสาวผู้หยิ่งทรนง มากด้วยความจริงใจ
กับชายชายหนุ่ม ผู้มากด้วยทรัพย์สินเงินตรา ทว่าขาดความรัก รอยยิ้มและน้ำตา
บทพิสูจน์ความรัก ที่เรื่มจากความจริงใจ การหลอกลวง เรียนรู้ซึ่งกันและกัน
นำไปสู่รักแท้ที่ปรารถนา

สยุมภูว์ ทศพล (ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์) นักธุรกิจชายหนุ่มหล่อผู้ลึกลับ เก็บเนื้อเก็บตัวสุดๆ จนไม่เคยมีภาพใบหน้าของตนออกสื่ออะไรก็ตามสยุมภูว์พึ่งจะกลับมาเมืองไทย ภายหลังที่ไม่ได้มาเหยียบแผ่นดินแม่เลยร่วม 15 ปี เขาและ เพิ่มพงษ์ (จาตุรงค์ มกจ๊ก) มือขวาข้างกาย รีบมาพบ นิติธร (พิศาล อัครเศรณี) ทนายประจำตัวของ สีหราช ทศพล พ่อของเขาที่พึ่งเสียชีวิตไป เพื่อให้รับฟังพินัยกรรมซึ่งมีเนื้อความว่า พ่อของเขายกบ้านไม้หลังเก่าและเงินจำนวนหนึ่งให้กับนิติธร และยกกิจการของกลุ่มบริษัททศพลกรุ๊ปที่ใหญ่โต มูลค่ามหาศาลให้กับสยุมภูว์ พร้อมกล่าวว่าถ้าสยุมภูว์ไม่สามารถรับมรดกได้ ทศพลกรุ๊ปก็จะถูกยกให้นิติธรและผู้สืบสกุลเป็นผู้รับมรดกแทน ขณะที่จะขึ้นรถกลับมีชายชุดดำใส่หมวกกันน็อคมาด้อมๆ มองๆ ที่รถอย่างมีพิรุธ

คืนนั้น หลังมื้อค่ำ สยุมภูว์กับเพิ่มพงษ์เดินกลับมาที่รถซึ่งจอดไว้โดดเดี่ยวรอบๆที่ค่อนข้างเปลี่ยว ทันใดนั้น ก็เกิดระเบิดขึ้น จนรถไหม้วอดไปทั้งคัน เห็นชายชุดดำสวมหมวกกันน็อกซึ่งใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิด พยักหน้าพอใจที่งานสำเร็จลุล่วง ก่อนจะบิดมอเตอร์ไซค์หนีหายไป

แวว มยุรา (มารี เบรินเนอร์) ปรากฏตัวบนเวทีในงานแถลงข่าวเปิดตัวรถยนต์นำเข้าสุดหรูในโชว์รูม คุณคือพริตตี้ที่สวยน่าหลงใหลและพูดพรีเซนต์รถยนต์ได้อย่างฉาดฉาน คล่องแคล่ว โดย คำรพ (เกริก ชิลเลอร์) เจ้าของบริษัทนำเข้ารถยนต์รุ่นนี้จ้างแววมาทำงานเป็นพริตตี้ของบริษัทตนในอัตราเงินเดือนสูง เพราะหลงรักแววจนมองไปถึงขั้นว่าเขาจะทำให้แววยอมเป็นเมียเขาให้ได้ หลังพึ่งจะหย่าเมียมาเหงาเงิบได้หนึ่งปีเต็มๆ ขณะที่แววนั่งในรถ สาธยายถึงความไฮ-เทคของSystemปรับเบาะไฟฟ้าต่างๆ พอออกจากรถ ก็ปิดประตูหนีบเอาชายกระโปรงจนกระโปรงหลุด เหลือแต่กางเกงขาสั้นตัวจิ๋วที่ใส่ไว้ข้างใน สื่อมวลชนยิงแฟลชกันแปลบปลาบ คำรพแทบตาถลน

ภายในห้องแต่งตัวหลังเวทีนั้นเอง คำรพอดใจไม่ไหวลวนลามแววด้วยคำพูดและมือไม้ซุกซน จนแววสุดจะทนตบหน้าคำรพฉาดใหญ่ พอคำรพขู่ว่าจะไล่ออก แววเลยสวนว่า ไม่ต้องไล่ ฉันลาออกเอง แล้วแถมตีเข่าผ่าหมากให้อีกดอกก่อนจาก

แต่เมื่อกลับถึงบ้าน แววก็แทบช็อค เมื่อเห็นรถพยาบาลเปิดไซเรนจอดอยู่หน้าบ้าน แต่ก็เปลี่ยนเป็นว่า มาลตี (นวลปรางค์ ตรีชิต) ผู้เป็นแม่ อุปาทานไปเอง แค่กินขนมเยอะจนแน่น ก็เรียกรถพยาบาลให้เสียตังค์ซะงั้น แถมยังทวงเงินค่าบิลต่างๆ ทั้งค่าน้ำ ไฟ โทรศัพท์ ค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถฯลฯ ซึ่งทั้งหมดที่ว่ามานี้ แววคือผู้รับผิดชอบจ่ายบิลแต่เพียงคนเดียว แววเริ่มจ๋อย

เรื่องย่อ ศึกขุมทรัพย์ราชวงศ์ชิง (The Empire Warrior) ตอนที่ 7

หลังทราบว่าใต้เท้าอู๋ได้รับบาดเจ็บ ซ่งเถียนเถียนจึงแอบเข้าไปในบ้านใต้เท้าอู๋หวังลอบฆ่าเพื่อให้ล้างแค้นแทนพ่อ แต่คนที่นอนรออยู่บนเตียงคือองค์ชายหงลี่ ซ่งเถียนเถียนเข้าใจว่าองค์ชายหงลี่เป็นขโมยจึงร้องตะโกนว่ามีคนร้ายหวังสลัดองค์ชายให้หลุดจากตน แต่ดันลืมไปว่าคุณเองก็เป็นผู้บุกรุกเช่นกันเลยต้องวิ่งหนีคนของทางการด้วยกันทั้งคู่ องค์ชายหงลี่กลัวซ่งเถียนเถียนหนีไปอีกจึงคว้าแขนคุณเอาไว้ ทันใดนั้น จอมยุทธ์ชายหนุ่มรูปงามก็ปรากฏกายขึ้น เขาสั่งให้องค์ชายหงลี่ปล่อยแขนซ่งเถียนเถียน ซ่งเถียนเถียนรีบวิ่งไปหาชายชายหนุ่มคนดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วและเดินจากไปพร้อมกันในความมืด

องค์ชายหงลี่ถูกฮ่องเต้หย่งเจิ้งตำหนิที่หายตัวไปทั้งวัน แถมยังเปิดเผยความลับเรื่องใต้เท้าอู๋ถูกปองร้าย แต่พอรู้ว่าหลังติดประกาศแล้วมีคนร้ายแอบบุกเข้าไปในบ้านใต้เท้าอู๋จริงๆ พระองค์จึงไม่เอาความและบอกให้ช่วยกันสืบหาเรื่องจริงต่อ ทำให้องค์ชายหงสือรู้สึกผิดหวังมาก
ซ่งเถียนเถียนตำหนิจอมยุทธเยี่ยชางอวิ๋นที่แอบตามคุณมาจากหวายอัน จอมยุทธเยี่ยอธิบายว่า “ซ่งจือยง” พ่อบุญธรรมของคุณเป็นผู้มีพระคุณและพี่น้องร่วมสาบานของตน ในเมื่อตนเคยรับปากว่าจะดูแลซ่งเถียนเถียน ตนจึงต้องรักษาคำพูด

คืนต่อมาองค์ชายหงลี่กลับไปที่บ้านของใต้เท้าอู๋อีกที เพราะรู้ว่าซ่งเถียนเถียนควรต้องหาโอกาสมาแก้แค้นอีกแน่ ซ่งเถียนเถียนเห็นองค์ชายเกาะติดตนแจจึงรู้สึกรำคาญ เลยแก้เผ็ดด้วยการผูกองค์ชายไว้กับกิ่งไม้แล้วตะโกนเรียกคนของทางการก่อนวิ่งหนีไป

องค์ชายหงสือต้องการสร้างผลงานจึงทรมานเฉินลิ่วเพื่อให้คาดคั้นความจริง เฉินลิ่วทนไม่ไหวจึงยอมยอมรับว่าผู้บงการคือ “เหลียนชินอ๋อง”

องค์ชายหงลี่ยังคงเกาะติดซ่งเถียนเถียนชนิดไปไหนไปด้วยเพราะอยากรู้ว่าทำไมคุณถึงต้องการฆ่าใต้เท้าอู๋ โดยโกหกคุณว่าตนเป็นโจรที่ชอบขโมยของตามบ้านขุนนางฉ้อฉลอย่างอู๋เหวินปิน ซ่งเถียนเถียนได้ยินชื่อใต้เท้าอู๋แล้วควันออกหู จึงหลุดปากบอกองค์ชายว่าใต้เท้าอู๋ทำให้ทุกคนในบ้านคุณถูกประหารอย่างไม่เป็นธรรม คุณจึงมาที่นี่เพื่อให้แก้แค้น

เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร ติดตามชมได้ใน “ศึกขุมทรัพย์ราชวงศ์ชิง (The Empire Warrior)” ทางช่องทรูโฟร์ยู

* เนื้อหาโดย luvasianseries

เรื่องย่อ Hot Mom! คุณแม่สุดเฟี้ยว ตอนที่ 2

อยู่ๆ ป้าหลี่ซึ่งเป็นเพื่อให้นบ้านก็มาฟ้องแม่หยวนเป่าว่าคุณเห็นหยวนเป่าคุยกับหญิงบริการที่แต่งตัวโป๊และไม่นุ่งกางเกงอยู่รอบๆด้านหน้าตึก (คุณไม่รู้ว่าเซี่ยปิงและหยวนเป่าอยู่ในบ้าน) เซี่ยปิงได้ยินดังนั้นก็ของขึ้นจึงบอกให้ป้าหลี่ขอโทษที่ดูถูกคุณแต่ป้าหลี่ไม่ยอมขอโทษซ้ำยังลบหลู่พ่อแม่ของเซี่ยปิง เซี่ยปิงจึงใช้หัวโขก (ขวิด) ป้าหลี่ พยวนเป่าเห็นดังนั้นจึงรีบอุ้มเซี่ยปิงออกไป เซี่ยปิงยังไม่หายแค้นจึงปารองเท้าผ้าใส่ป้าหลี่แต่ดันพลาดไปโดนหน้าแม่ของหยวนเป่า ทำให้แม่หยวนเป่าไม่ปลื้มคุณหนักขึ้น

เซี่ยปิงบอกหยวนเป่าให้ขอโทษแม่แทนคุณและเดินจากไปด้วยความโมโห หยวนเป่ารีบหยิบแว่นกันแดดและกระเป๋าของเซี่ยปิงแล้ววิ่งตามไปพลางขอร้องให้คุณใจเย็นๆ เซี่ยปิงชี้ว่าคุณไม่ได้มาที่นี่เพื่อให้เอาใจแม่ของหยวนเป่าและเสแสร้งว่าตัวเองเป็นลูกสะใภ้ทีดี แต่มาเพราะหยวนเป่ารบเร้าให้คุณมา หลังเกิดเหตุการณ์ในวันนี้คุณคงต้องทบทวนดูใหม่ว่าควรคบหยวนเป่าต่อไปไหม (เพราะไม่อยากมีปัญหาแม่ผัวกับลูกสะใภ้) หยวนเป่ากล่าวว่าเป็นความผิดของตนที่จัดการเรื่องราวต่างๆ ได้ไม่ดีพอและขอแก้ตัวใหม่คราวหน้า ทันใดนั้นเซี่ยปิงก็มีอาการคลื่นไส้และพาลอารมณ์เสียใส่หยวนเป่าเมื่อนึกถึงเรื่องที่แม่ของเขากับป้าหลี่แอบตกลงกันขณะตั้งท้องว่าจะให้ลูกของพวกตนแต่งงานกัน (ทั้งคู่ตั้งท้องพร้อมกัน)

หยวนเป่าต้องการรั้งเซี่ยปิงเอาไว้จึงไปเลือกซื้อแหวนเพชรให้เซี่ยปิง พอเซี่ยปิงรู้เข้าก็รีบตามมาห้ามถึงที่ร้านเพราะไม่อยากให้เสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ พร้อมด้วยให้เหตุผลว่าถ้าคุณคิดจะมีคนใหม่ต่อให้หยวนเป่าซื้อแหวนเพชรให้ก็รั้งใจคุณไว้ไม่อยู่ หยวนเป่าแย้งว่าแหวนแต่งงานคือคำมั่นสัญญา ถ้าเซี่ยปิงสวมแหวนของตนแล้วจะมีใจให้คนอื่นได้อย่างไร แต่เซี่ยปิงยังการันตีคำเดิม หยวนเป่าจึงเปลี่ยนแหวนเป็นวงที่มีเพชรเม็ดใหญ่ขึ้น เซี่ยปิงบอกว่าตนไม่อยากได้แหวนเพชรและพยายามลากหยวนเป่าออกจากร้าน แต่หยวนเป่ายืนกรานว่าจะซื้อแหวนให้คุณ (โดยรูดบัตรเครดิต 3 ใบ) ทั้งคู่จึงท้าเลิกกันภายในร้าน

“หลี่มู่จื่อ” บก. นิตยสารบิวตี้และเจ้านายจอมเฮี๊ยบกล่าวชมเซี่ยปิงว่า แม้คุณจะเรียนมาน้อยและมีรายได้ไม่มาก แต่คุณกลับแต่งตัวได้สวยเริ่ดทุกวันสมกับที่เป็นหน้าเป็นตาของบริษัท ทั้งยังบอกให้พนักงานคนอื่นๆ เรียนรู้เรื่องเสื้อผ้าหน้าผมจากเซี่ยปิง (เซี่ยปิงเป็นคนเดียวในบริษัทที่ใส่เสื้อผ้าสีสดและแต่งตัวเปรี้ยว ส่วนคนอื่นๆ รวมทั้งหลี่หมู่จื่อล้วนแต่งตัวแบบสุภาพในโทนขาว-ดำ หรือสีอ่อนๆ) หลี่มู่จื่อยังมอบหมายงานอื่นที่ไม่ใช่การรับโทรศัพท์และต้อนรับแขกให้แก่เซี่ยปิงเป็นนัดแรก ถึงแม้จะไม่เคยทำแต่เซี่ยปิงก็รับคำสั่งอย่างไม่ลังเล หลี่มู่จื่อจึงชมเซี่ยปิงต่อหน้าพนักงานคนอื่นๆ ว่า เซี่ยปิงนอกจากจะแต่งตัวเก่งแล้วยังเป็นคนใจเด็ดอีกด้วย

สองรัก สองวิญญาณ 1

ศักดา (ดีเจเอกกี้ – เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) หลานแท้ๆของรัชนี ได้รับบ้านอมตวงศ์เป็นมรดกตามกฏหมาย ศักดารู้ เรื่องความเฮี้ยนของบ้านนี้ผ่านการเล่าของพ่อแม่ แต่ศักดาปิดปากเงียบไม่อยากให้เรื่องนี้รู้ไปถึงหูวัชและนุช นุชได้ พบภาพวาดสีน้ำมันที่ถูกซ่อนไว้อย่างมิดชิด ด้วยความไม่รู้ นุชได้ปลดปล่อยวิญญาณของสัญญาให้เป็นอิสระ โดยที่ รัชนียังถูกสะกดวิญญาณอยู่ในรูป สัญญาดีใจมากที่ได้ออกมาลัลลาในยุคปัจจุบัน แต่ก็ดี๊ด๊าอยู่ได้ไม่นาน วิญญาณ ของรัชนีก็ถูก เริง (เจี๊ยบ เชิญยิ้ม) และเพ็ญ (จอย ชวนชื่น) คนใช้ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ปลดปล่อยวิญญาณออกมาเช่นกัน

จนกระทั่งวันหนึ่ง สัญญาพบว่าตนสามารถเข้าสิงร่างของวัชได้ จึงคิดจะอาศัยใช้ร่างของวัชออกไปตามหาชนิดาและ เยาวเรศ ส่วนรัชนีที่ถูกปลดปล่อยออกมา ก็คิดจะหลอกวัชและนุชให้กระเจิงที่บังอาจเผ่านาอยู่ในบ้านของคุณ แต่ เมื่อรัชนีเห็นถึงความรักที่วัชและนุชมีต่อกันก็รู้สึกประทับใจ นึกถึงชีวิตของตน ถ้าสามีคุณไม่เจ้ายก้ และถ้าวันนั้น คุณไม่โมโหจนหน้ามืด คุณกับสัญญาคงอยู่ด้วยกันอย่างสุขสบาย มีลูก มีหลานเต็มบ้านอมตวงศ์ ไม่ต้องเป็นผีล่อง ลอยอยู่เช่นนี้ เมื่อคิดได้คุณจึงยอมให้วัชและนุชอยู่ในบ้านของคุณ วัชไปเริ่มงานในตำแหน่งหัวหน้าข้างบัญชี ภาย ใต้การควบคุมของ คุณสมศรี (บุ๋ม – รัญญา ศิยานนท์) หัวหน้าจอมเนี๊ยบ สัญญายังคงสิงร่างของอนวัชออกตามหา ชนิดาและเยาวเรศ แต่สัญญาก็ต้องเสียใจ เมื่อพบว่าทั้งสาวก็ตายไปในวันเดียวกับเขา สัญญากินเหล้าเข้าบ่อน ระบายความเศร้า แต่ร่างของวัชมีเงินติดตัวมาไม่มาก สัญญาเลยทุ่มเงินที่มีทั้งหมดเล่นการพนัน และด้วยความเป็นผี เขาโกงจนชนะได้เงินเป็นสิบล้าน ขณะที่กำลังพาร่างวัชกลับ สัญญาก้ได้พบกับชนิดาและเยาเรศที่ตอนนี้กลับชาติมา เกิดเป็น อ๋อมแอ๋ม โคโยตี้สาวเบอร์หนึ่ง และ เจนนี่ พริตตี้ขายเหล้าหน้าผับหรู สัญญาดีใจมีหวังอีกรอบ แต่ก็ต้อง ผ่านด่าน พิชาญ (บีม – ศรัญยู ประชากริช) แฟนชายหนุ่มนักเลงทวงหนี้ของเจนนี่ และ ตุ๊ (นิกกี้ – ณฉัตร จันทพันธ์) หัวหน้าการ์ดที่มาติดพันอ๋อมแอ๋ม

สัญญาที่สิงร่างวัชอยู่ไม่อยากให้อ๋อมแอ๋มและเจนนี่ตระหนกตกใจกลัวที่ตนเป็นผีสิงร่างคน จึงบอกว่าตนระลึกชาติได้และ ชาติที่แล้วพวกเขาทั้งสามคนรักกันมาก ชาตินี้จึงคิดจะสานต่อความรัก ตอนแรกทั้งอ๋อมแอ๋มและเจนนี่ต่างก็คิดว่าวัช เสียสติ แต่เมื่อรู้ว่าวัชมีเงินเยอะ ทั้งคู่จึงเปลี่ยนใจเพราะหวังจะหลอกเอาเงินจากวัช

เรื่องย่อ โปเยโปโลเย 2003 (Eternity: A Chinese Ghost Story) ตอนที่ 7

เยี่ยนชื่อเสียและพวกไม่มีทางเลือกจึงต้องรับปากตามข้อเสนอของจอมมารม๋อจินชีเย่ สัญญาในคราวนี้นั้นทำให้ข้างมารหลีกเลี่ยงการนองเลือดไปได้ ที่สำคัญทำให้ข้างมารมีเวลาเตรียมตัวเพื่อให้รับมือกับข้างธรรม เดิมทีนั้นจินกวางต้องการกำจัดแฟนเจ็ดชาติ แต่เพราะถูกเยี่ยนชื่อเสียและซือหม่าซันเหนียงบีบบังคับ จึงต้องปล่อยให้เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนและหนิงไฉ่เฉิงได้ครองรักกัน เพื่อให้หลีกเลี่ยงไม่ให้ทั้งสองเกิดความอาฆาตพยาบาทกันขึ้นมา ในทางกลับกันนางมารหยินเยี่ยกลับต้องการให้เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนและหนิงไฉ่เฉิงเกิดความอาฆาตพยาบาทกันขึ้นมาเพื่อให้เพิ่มพูนกำลังให้ข้างมาร แม้ว่าหนิงไฉ่เฉิงตระหนักดีว่าเนี่ยเสี่ยวเชี่ยนมีใจให้ตนก็ตาม แต่เพราะว่าแม่ของหนิงไฉ่เฉิงคัดค้าน นางใช้ความตายต่อรองกับหนิงไฉ่เฉิง ทำให้หนิงไฉ่เฉิงซึ่งเห็นแก่ความกตัญญูเป็นสำคัญจึงต้องตัดสินใจละทิ้งความรักไป

เยี่ยนชื่อเสียเห็นความรักของเนี่ยเสี่ยวเชี่ยนและหนิงไฉ่เฉิงต้องพบกับอุปสรรคทำให้ไม่อาจฝากความหวังไวได้ จึงออกตามหาแฟนเจ็ดชาติเพื่อให้ป้องกันภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น เยี่ยนชื่อเสียรู้แต่เพียงว่าหงเย่เป็นหนึ่งในคู่แต่งงานเจ็ดชาติ แต่น่าเสียดายที่ไม่รู้ว่าข้างชายเป็นใคร ระหว่างที่ออกตามหานั่นเองถึงรู้ว่าคนที่ตนออกตามหานั้นก็คือจูเก่อหลิวหยุนนั่นเอง เยี่ยนชื่อเสียและซือหม่าซันเหนียงต่างท้อแท้หมดความหวังด้วยกันทั้งคู่ ถึงแม้ว่าจะรู้ว่าหงเย่และจูเก่อหลิวหยุนเป็นคู่แต่งงานเจ็ดชาติก็ตาม แต่เนื่องมาจากทั้งสองต่างเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน เวลาอันสั้นจะทำให้ทั้งสองรักกันนั้นยากเสียยิ่งกว่าขึ้นสวรรค์เสียอีก ที่สำคัญคือหงเย่พบว่านางรักใคร นึกไม่ถึงว่าคนที่หงเย่หลงรักกลับเป็นหนิงไฉ่เฉิงชายที่ยอมเสี่ยงอันตรายช่วยชีวิตเนี่ยเสี่ยวเชี่ยนเอาไว้นั่นเอง

หงเย่ตัดสินใจเปิดเผยความในใจของนางให้หนิงไฉ่เฉิงรู้ หนิงไฉ่เฉิงซึ่งต้องเผชิญกับหญิงสาวสองคน หงเย่เป็นหญิงสาวที่สวยเสี่ยวเชี่ยนเป็นหญิงที่มากรักหลายใจ เวลานี้จึงทำให้หนิงไฉ่เฉิงตกที่นั่งลำบาก แม่หนิงไฉ่เฉิงล้มป่วย ภายหลังที่ซือหม่าซันเหนียงตรวจดูอาการแม่ของหนิงไฉ่เฉิงก็พบว่านางหมดทางเยียวยาแล้ว นอกเสียจากจะได้จือเซียนจากวังปิศาจมารักษานางเท่านั้นจึงจะหายเป็นปกติได้ ภายหลังที่หงเย่และเนี่ยเสี่ยวเชี่ยนรู้เรื่องนี้แล้ว ทั้งสองต่างก็ยินดีที่จะเสี่ยงอันตรายเข้าไปนำจือเซียนจากวังปิศาจออกมารักษาแม่ของหนิงไฉ่เฉิง